ในหลายพื้นที่เริ่มมีน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และบนถนนเส้นทางสายหลัก

สภาพอากาศทั่วไปในพื้นที่ จ.พัทลุงตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เข้าสู่วันที่ 3 แล้ว ส่งผลทำให้ในหลายพื้นที่ของ จ.พัทลุง เริ่มมีมวลน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน อย่างในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ อ.กงหรา อ.ตะโหมด อ.ป่าบอน และ อ.ควนขนุน และท่วมถนนสายหลักอย่างถนนสายเพชรเกษม พัทลุง-ตรัง มีน้ำท่วมผิวจราจรในบางช่วงแต่รถก็ยังสัญจรไป มาได้อยู่ และบริเวณถนนสายเอเซีย ช่วงแยกโพธิ์ทอง

ในจุดนี้ทางฝายท่าแนะได้มีการเปิดประตูระบายน้ำทั้งจำนวน 3 บาน เพื่อระบายน้ำออกป้องกันตัวฝายพัง นอกจากนี้ก็ยังส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วม บริเวณชุมชนย่านเศรษฐกิจหน้าตลาดควนขนุนระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ยประมาณ 20-30 ซม.รถยังคงวิ่งสัญจรไปมาได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน โดยทางเจ้าหน้าที่ก็จะนำป้ายเตือนมาวางตามจุดเสี่ยงต่างๆ

ทางด้านนางสาวศรอนงค์ สงสมพันธ์ นายอำเภอควนขนุน ซึ่งออกตรวจพื้นที่น้ำท่วมตั้งแต่เช้าของวันนี้ กล่าวว่าจากฝนที่หนักในอำเภอควนขนุน และอำเภอศรีบรรพตซึ่งอยู่ด้านบนของอำเภอควนขนุนนั้น ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมบนภูเขาบรรทัดเป็นจำนวนมากไหลหลากลงสู่ฝายท่าแนะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ในตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต และลำคลองต่างๆ สมทบกับสภาพน้ำฝนในพื้นที่ จากสภาพน้ำดังกล่าวฝายท่าแนะ

ได้เปิดประตูระบายน้ำออกจากตัวฝายเพื่อรักษาระดับน้ำ โดยขณะนี้ได้ยกประตูระบายน้ำทั้ง 3 ประตูสูงขึ้น 1 เมตร ทำให้มีน้ำไหลบ่าลงสู่ที่ราบของตำบลชะม่วง ตำบลควนขนุน เพิ่มสูงขึ้นภายในเที่ยงวันของวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยใกล้ริมคลองท่าแนะ ที่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนให้ยกสิ่งของให้สูงขึ้นอีก อีกทั้งขณะนี้ได้เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชน โดยจะมีกำลังทหารจาก ค่ายอภัยบริรักษ์ ช.401 ค่อยช่วยเหลืออพยพประชาชน และขนสิ่งของไว้ที่สูงแล้ว.

ทีมข่าว #ที่นี่พัทลุง

รถเทรนเลอร์เสยท้ายรถยนต์กระบะพลิกคว่ำ ทำให้หนูน้อยวัย 10 ขวบ เสียชีวิต และบาดเจ็บอีกเกือบ 20 ราย

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัยจังหวัดพัทลุง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจาก อุบัติเหตุรถเทรนเลอร์บรรทุกน้ำยาง ชนท้ายรถยนต์กระบะ ที่มีนักมวยโดยสารมาเต็มคันรถ ก่อนที่รถทั้ง2คัน จะเสียหลักพุ่งไปชนบ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายอีก เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันพีที บ.ลำกะ ม.10 ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ บนถนนสายพัทลุง-ตรัง


ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 20 คน มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากซากรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กสีบรอนด์ ป้ายทะเบียน บพ- 8391ตรัง พลิกหงายท้องชนติดอยู่กับศาลาริมทาง ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการสาหัสหลายราย หนึ่งในนั้นมีเด็กอายุ 10 ขวบ 1 ราย และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลพัทลุง ทราบชื่อคือ ด.ช พัสกร อโนทิพย์ และนอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบรถเทรนเลอร์ ซึ่งเป็นรถบรรทุกน้ำยางสด ทราบว่ารถคันดังกล่าวเพิ่งกลับจากส่งน้ำยางสด ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย


และจากการสอบถามคนขับรถเทรนเลอร์ เล่าว่า ตนได้ขับรถกลับจากโรงงานในพื้นที่ อ.ป่าบอน และกำลังจะเดินทางกลับเพื่อนำรถไปจอดที่โรงงานในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ฝนตกหนัก ตนก็ขับอยู่เลนส์ซ้ายปกติ และจังหวะนั้นก็มีรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ ซึ่งขับอยู่ด้านหน้า ในช่องเลนส์ขวา ได้เปิดไฟเลี้ยวซ้ายและขับเบี่ยงลงเลนส์ซ้ายอย่างกะทันหัน ทำให้ตนเบรกไม่ทันบวกกับฝนตกหนัก ทำให้ถนนลื่น จึงได้พุ่งชนรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเข้าอย่างจัง จนรถยนต์กระบะเสียหลักพลิกคว่ำไปชนกับศาลาริมทาง ก่อนจะเสียหลักพุ่งไปชนกับบ้านเรือนของชาวบ้านอีกทอดหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย


ในส่วนทางด้านคนขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ ก็ได้เล่าให้ฟังว่า ตนและครอบครัวพร้อมญาติๆ กำลังดินทางกลับจากพาเด็กๆไปต่อยมวยในพื้นที่ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง นั่งโดยสารกันมาทั้งหมดจำนวน 20คน รวมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ จ.ตรัง แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนได้มีการเปลี่ยนช่องทางการเดินรถจากเลนส์ขวา ลงเลนส์ซ้าย เนื่องจากฝนตกหนัก จนไม่ทันสังเกตุว่ามีรถเทรนเลอร์ขับตามหลังมา จนกระทั่งทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น.

คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามตามประกบยิงสองพ่อลูก เสียชีวิต1 บาดเจ็บอีก 1 คาดเป็นการยิงเพื่อชิงทรัพย์

พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยศวรรธ์ กระจ่างวงศ์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหน้าบ้าน เลขที่ 47/1 หรือร้านบังบาว ในพื้นที่ ม.1ต.โคกสัก อ.บางแก้ว เนื่องจากเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามตามประกบยิงสองพ่อลูก

ส่งผลให้นายมนัส ไพรพฤกษ์ อายุ 60ปี ผู้เป็นพ่อเสียชีวิต
ส่วนลูกชาย นายรุจิโรจน์ ไพรพฤกษ์ อายุ 29ปี ได้รับบาดเจ็บ


จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมลูกชายที่บาดเจ็บ และญาติอีกคน เดินทางไปเล่นการพนันในพื้นที่ใกล้เคียง หลังจากเล่นการพนันเสร็จก็เดินทางกลับบ้าน และเมื่อมาถึงบริเวณหน้าบ้านจุดเกิดเหตุ ก็มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับรถ จยย.ตามมาติดๆ ก่อนที่ 1 ในกลุ่มคนร้ายจะลงมาใช้อาวุธชี้บังคับ ให้ผู้ตายส่งทรัพย์สินมีค่าให้ แต่ทางผู้ตายไม่ยอม จึงเกิดการยื้อแย่งต่อสู้กัน คนร้ายจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่สองพ่อลูก พร้อมญาติอีกคน ที่ยังคงนั่งอยู่ในรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ แอตทราสสีขาว ป้ายทะเบียน กต-4059 พัทลุง ไปหลายนัด จนทำให้ผู้เป็นพ่อเสียชีวิต ส่วนลูกชายได้รับบาดเจ็บ และญาติอีกคนวิ่งหนีตายออกไปได้ ส่วนรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวก็มีร่องรอยกระสุนปืน บริเวณประตูฝั่งคนนั่งข้างด้วยจำนวน 2 นัด ก่อนที่คนร้ายอาศัยจังหวะหลบหนีไปได้พร้อมเงินสด และทองรูปพรรณ ของผู้ตายจำนวนหนึ่ง


และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนขนาด 5.56 จำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ชุดสืบสวน สภ.บางแก้ว ได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นจุดที่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บไปเล่นการพนันก่อนเกิดเหตุ และเรียกญาติผู้ตาย รวมไปถึงญาติอีกคนที่หลบหนีไปได้มาสอบสวนเพิ่มเติม ถึงปมความขัดแย้งและสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง.

ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.2 บก.สส.จชต. โชว์ผลงานขยายผลรวบเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ ได้ของกลางกว่า 1 ล้านเม็ด


เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ ผวจ.พัทลุง พล.ต.ต.ดารัส วิรยะกุล รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.อรรถวุฒิ อ่อนทรัพย์ ผบก.สส.จชต. และ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ที่ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ได้ของกลางยาบ้ากว่า 1ล้านเม็ด


ผลการจับกุม สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันทำการสืบสวนจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีพฤติการณ์ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือ เข้ามาจาหน่ายให้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสามารถจับกุมผู้กระทาผิดได้จำนวนหลายราย และทำการสืบสวนขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 ต.ค.63 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.จชต. เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งมีพฤติการณ์ติดต่อกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.พัทลุง เครือข่ายของ นายอ๊อดป่าพะยอม ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อส่งจำหน่ายให้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ได้พร้อมของกลางยาบ้า จานวน 20,977 เม็ด อาวุธปืน จานวน 1 กระบอก และของกลางอื่น ๆ อีกจานวนหลายรายการ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ เหตุเกิดที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง ต.ท่ากาชา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี


หลังจากนั้นได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินการจับกุมทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และจากการสืบสวนขยายผลทราบว่ามีเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นเครือข่ายของนายอ๊อด ป่าพะยอม มีพฤติกรรมร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ เพื่อส่งจำหน่ายให้เครือข่ายในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังมียาเสพติดอีกจำนวนมากพักเก็บอยู่ในพื้นที่ อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง จึงได้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนสืบสวนขยายผล จนกระทั่งสามารถขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 2 ราย ได้พร้อมของกลางในขณะนำยาเสพติดเพื่อ รอส่งมอบให้กับเครือข่ายบริเวณ ริมถนนนสายเอเชีย ตรงจุดศาลาพักผู้โดยสารหน้ามหาวิทยาลัยทักษิณวิทยาเขตพัทลุง

ในพื้นที่ ม.2 ต.บ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ในช่วงค่ำของคืนวันที่ 28 ต.ค.63 ที่ผ่านมา สามารถกันจับกุม นายนนท์ธวัช หรือ บอล ช่วยสถิตย์ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 93 ม.5 ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง และนายธรรมพร หรือเคน เขี้ยวแก้ว อายุ 23 ปี ที่อยู่ 265 ม.9 ต.บ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,046,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยาว ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง พร้อมแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายโดยผิดกฎหมาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต


นอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทาผิด เพื่อดาเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทาผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ รวมมูลค่าประมาณกว่า 2 ล้านบาท และจะได้สืบสวนขยายผลติดตามยึดทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทาผิด และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดาเนินการตามกฎหมายกับเครือข่ายที่ร่วมกระทาผิดและ ยังไม่ถูกจับกุมต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผลการจับกุมที่ผ่านมาก็เป็นตามนโยบายรัฐบาล ที่เน้นย้ำให้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังโดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เป็นแหล่งแพร่ระบาด เป็นจุดพักยาและเป็นเส้นทางลาเลียงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สานักงานตำรวจแห่งชาติ และ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ระดมสรรพกำลังเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดมา.

พัทลุง-พสกนิกรชาวพัทลุงพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองทำบุญตักบาตรท่ามกลางสายฝน

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณลานพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัตน์จตุรทิศ อำเภอเมืองพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนจิตอาสา ต่างสวมใส่เสื้อสีเหลือง รวมทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ท่ามกลางสายฝน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 เป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 และเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยตลอดระยะเวลา 70 ปี ของการครองราชย์ได้ทรงอุทิศพระองค์ ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขและใช้เวลาส่วนพระองค์เสด็จเยี่ยมประชาชนในทุกภูมิภาค

และในช่วงสายของวันนี้ที่บริเวณหอประชุมจังหวัดพัทลุง ข้าราชการ องค์กรเอกชน และภาคประชาชน ทำพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคม จากนั้นจะเป็นกิจกรรมทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระราชกุศล ของกลุ่มจิตอาสา ตาม “ปณิธานความดี ทำดีเริ่มได้ที่ใจเรา” โดยร่วมพัฒนาคลองเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 1 บ้านดอนแบก ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ส่วนในช่วงเย็นที่หอประชุมจังหวัดพัทลุงนั้น ข้าราชการ จิตอาสาพระราชทาน องค์กรเอกชน และภาคประชาชน ร่วมพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร.

ตำรวจรวบกลุ่มวัยรุ่นนักเลงชนไก่ ได้พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 6 หมื่นเม็ด

พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ จงหวัง ผู้กำกับการสืบสวน3 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 และ พ.ต.อ.ยศวรรธ์ กระจ่างวงศ์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดปฏิบัติการ กองกำกับการสืบสวน3 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธร ภาค 9 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เข้าจับกุมสาวทอมพร้อมแฟนสาว ขณะมารอรับยาบ้ากว่า 6 หมื่นเม็ด ก่อนขยายผลจับกุมวัยรุ่นนักเลงชนไก่ได้เพิ่มอีก 3 ราย ส่วนตัวการใหญ่ไหวตัวทัน หลบหนีไปได้


ผลการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก มีการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ จนกระทั่งทราบว่าจะมีกลุ่มวัยรุ่นนัดมารับส่งยาบ้า โดยมีการขนส่งผ่านบริษัทบรรทุกขนส่ง เพื่อเลี่ยงการตรวจค้นตบตาเจ้าหน้าที่ สุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่ตามรวบได้ขณะมารอรับของที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เขาเจียก ได้ผู้ต้องหา 2 ราย คือสาวทอม อายุ 22ปี พร้อมแฟนสาวอายุ 17ปี ได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 6 หมื่น 6 พันเม็ด ที่บรรจุหีบห่อไว้เรียบร้อย ด้านในห่อพบเป็นลำโพงขนาดใหญ่ ด้านในซุกซ่อนยาบ้าเต็มลำโพง


หลังจากนั้นก็ได้ควบคุมตัวสาวทอมพร้อมแฟนสาว มาสอบสวนเพิ่มเติม จนยอมรับสารภาพว่า ตนและแฟนสาวทำหน้าที่รับจ้างมารับของให้เท่านั้น แลกกับเงินค่าจ้างครั้งละ 4,000 ถึง 7,000 บาท ทำมาแล้วจำนวน 4 ครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงวางแผนขยายผลจับกุม เจ้าของยาบ้าล็อตดังกล่าว จนสามารถรวบวัยรุ่นซึ่งเป็นนักเลงชนไก่ในพื้นที่ ต.ชัยบุรีได้เพิ่มอีก 3 ราย เป็นชายวัยรุ่นอายุ 17ปี และอายุ 19ปี ขณะขับรถ จยย.เพื่อมารับของ และให้การซัดทอดว่ายาบ้าดังกล่าว เป็นของ นายเลี๊ยก หรือ นายกิตติภณ สามสังข์ อายุ 24ปี เจ้าของค่ายไก่ชนเพชรฮัศวิน บ่อนไก่ชนชื่อดังในพื้นที่ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่ค่ายไก่ชนดังกล่าว นายเลี๊ยก หรือ นายกิตติภณฯ ไหวตัวทัน หลบหนีไปก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง พบเพียงภรรยาและลูกชายวัย 2ขวบของนายเลี๊ยก หรือ นายกิตติภณฯ เท่านั้น

ส่วนภายในค่ายไก่พบไก่ชนที่เลี้ยงไว้จำนวนมาก อีกทั้งยังมีวัยรุ่นที่ทำหน้าที่คอยเลี้ยงไก่อีกหลายคน หลังจากนั้นก็ควบคุมตัวนายตูน หรือ นายธีระวัฒน์ มีฐานะ อายุ 24 ปี 1 ในกลุ่มวัยรุ่น 3 ราย ที่ถูกนายเลี๊ยกฯ ว่าจ้างในวงเงินจำนวน 25,000 บาทเพื่อให้ไปรับยาบ้าให้ ทำมาแล้วหลายครั้ง คุมตัวไปค้นบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด จำนวน 5 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 66,000 เม็ด ตู้ลำโพง 1 ตู้ รถยนต์กระบะโตโยต้าแค็ปสีบรอนซ์ ป้ายทะเบียน บธ-9188 พัทลุง จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน เพื่อตรวจสอบและดำเนินตามกฎหมาย


ในส่วนของนายเลี๊ยก หรือ นายกิตติภณ สามสังข์ อายุ 24ปี เจ้าของค่ายไก่ชนเพชรฮัศวิน หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป.

โจรลักวัวออกอาละวาด

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.30 น.ของวันที่ 27ก.ย.63 ที่ผ่านมา กำนันตำบลท่าแคได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ม.5 ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง ว่ามีวัวเพศผู้ อายุราว3ปีครึ่ง ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้หายไป จำนวน 1 ตัว จากวัวที่เลี้ยงไว้ทั้งหมด 4 ตัว มีแม่วัว1ตัว และลูกวัวอีก จำนวน 2ตัว


จนกระทั่งในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ทางเจ้าของวัว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจประชาชนเอเชียโคกกอก ได้ออกติดตามวัวที่หายไปตลอดทั้งวัน จนในช่วงเย็นพบวัวตัวที่หายไป ถูกโจรนำมาล่ามซุกซ่อนไว้ริมป่าในพื้นที่ ม.2 ต.ท่าแค ซึ่งห่างจากจุดที่วัวหายไปประมาณ 5 กิโลเมตร


ซึ่งในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าโจรที่ขโมยวัวมา น่าจะมีการล่ามไว้เพื่อรอขายต่อให้กับพ่อค้าคนกลางอีกทอดหนึ่ง และสังเกตุได้ว่าในช่วงนี้มีโจรลักวัวออกอาละวาดบ่อยครั้งทั้งในพื้นที่ รอยต่อระหว่าง อ.เขาชัยสนกับ อ.เมืองพัทลุง วัวที่หายส่วนใหญ่จะเป็นวัวพันธุ์พื้นเมืองอายุประมาณ 3 ปีขึ้นไป ราคาประมาณ 25,000 ถึง 40,000 บาทต่อตัว


และอย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเร่งลงพื้นที่หาเบาะแส เพื่อติดตามกลุ่มโจรกลุ่มนี้ต่อไป และฝากเตือนไปยังเกษตรกรที่เลี้ยงวัวในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยเฉพาะ อ.เมืองและ อ.เขาชัยสน ให้เพิ่มความระมัดระวังและวางมาตรการป้องกันไว้เพิ่มขึ้น เพราะเกรงจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก.

ร.ร.สาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมเปิดการเรียนการสอน ปีการศึกษา 2564

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณพร้อมเปิดการเรียนการสอนปีการศึกษา 2564 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ตั้งเป้าเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำของภาคใต้ เปิดรับสมัครนักเรียนระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 และมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 เป็นโรงเรียนเฉพาะทางคุณภาพสูง มีทั้งระบบประจำหอพัก และระบบเดินทางไป-กลับ โดยเปิดรับสมัครนักเรียนชั้นปีละ 3 ห้องเรียนในปีการศึกษาแรก

แผนการก่อสร้างกลุ่มอาคารเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณ

รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย ชำนิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ รักษาการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน สาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณ เปิดเผยว่าโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณ สามารถเปิดรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เข้าเรียนได้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป ซึ่งเปิดดําเนินการที่วิทยาเขตพัทลุง เนื่องจากจังหวัดพัทลุงมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นวิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษา และเป็นโรงเรียนสาธิตแห่งแรกของจังหวัดพัทลุง โดยจะเริ่มรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 3 ห้อง ๆ ละ 30 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 3 ห้อง ๆ ละ 30 คน

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณเป็นโรงเรียนเฉพาะทางที่มีคุณภาพสูง และ เป็นโรงเรียนกึ่งประจำ ซึ่งมีทั้งระบบประจำหอพัก และ ระบบเดินทาง ไป-กลับ (ในกรณีที่นักเรียนและผู้ปกครองมีภูมิลำเนาและพักอาศัยในพื้นที่อำเภอป่าพะยอม และ สามารถเดินทางไป-กลับได้สะดวก ที่เหลือขอให้เป็นนักเรียนประจำหอพักของมหาวิทยาลัยทั้งหมด ทางโรงเรียนจะดำเนินการเติมเต็มทักษะที่สอดคล้องกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์เพิ่มเติม) สำหรับวิธีการรับนักเรียนเข้าเรียน ทางโรงเรียนจะพิจารณาจากการสอบคัดเลือก โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามคุณสมบัติและความสมัครใจ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่องทางคือ 1. การแข่งขันทั่วไป 2. บุตร หลาน บุคลากรของมหาวิทยาลัยทักษิณ 3. ผู้มีอุปการคุณ

การจัดการเรียนการสอนในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 : เน้นการค้นหาหรือหาความถนัดของนักเรียนแต่ละคน แล้วดำเนินการพัฒนา โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ตามโครงสร้างหลักสูตรในรูปแบบของ Active Learning ผนวกกับการพัฒนาทักษะทางด้าน Soft Skill ประกอบด้วย : การสื่อสาร , การทำงานแบบร่วมมือกัน , การคิดวิเคราะห์ และ การคิดสร้างสรรค์ ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 : เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ เข้าใจในตรรกะการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

รศ.ดร.วิชัย ชำนิ เปิดเผยอีกว่า ในการจัดการศึกษาให้นักเรียนในยุคปัจจุบันต้องหาสิ่งที่จะมาพัฒนาองค์ความรู้ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมและทํางานร่วมกันในสังคมได้ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นหน่วยงานลักษณะพิเศษตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและกํากับดูแลโดยมหาวิทยาลัยทักษิณ เน้นการพัฒนานักเรียนให้มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เพื่อเสริมสร้างกระบวนการคิดภายใต้หลักของเหตุผล เน้นทักษะการเรียนรู้ให้สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีความสามารถทางภาษา เน้นทางเลือกสําหรับการเรียนรู้วิชาอาชีพทางวิศวกรรม ทางเทคโนโลยีการเกษตร การกีฬาตามความถนัดและความต้องการของผู้เรียน สอดคล้องกับบริบทภูมิสังคม สนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า อนุรักษ์ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและพหุสังคม และบริหารจัดการสถานศึกษาให้เป็นต้นแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ

ในส่วนของอาคารเรียนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ช่วงแรก มหาวิทยาลัยทักษิณ จะจัดให้นักเรียนใช้อาคารเรียนรวม 3 สำหรับห้องเรียน และห้องสำนักงาน และ ใช้ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับของนิสิตมหาวิทยาลัย และในวันที่ 11 มีนาคม 2564 สภามหาวิทยาลัยได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระราชทานเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณ และในวันที่ 10 ตุลาคม 2563 ทางโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยทักษิณจะจัดกิจกรรม Open house เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมชมบรรยากาศห้องเรียน ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการทางเคมี และห้องหุ่นยนต์ปฏิบัติการ ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์ ดร.สุนิสา คงประสิทธิ์ โทร. 091-0494641 อาจารย์ ดร.รังสฤษฏ์ อินทรโม โทร. 086-9899009

รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบ ส.ป.ก.4-01 แก่เกษตรกรในพื้นที่ จ.พัทลุง

เมื่อเวลา 14.00 น. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.พัทลุง บริเวณหอประชุมศาลากลาง ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อพบปะกับเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมเป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก.4-01 ให้กับเกษตรกร อ.ตะโหมด อ.ป่าบอน และ อ.ป่าพะยอมจำนวน 130 ราย เนื้อที่ประมาณ 588 ไร่


และหลังจากร้อยเอกธรรมนัสฯ ได้ทำพิธีมอบ ส.ป.ก.4-01 ให้กับเกษตรกรแล้วเสร็จ ก็มีกลุ่มตัวแทนจาก ต.หนองธง อ.ป่าบอน นำโดยนายนันต์ ชูเอียด อายุ 60 ปี ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านในกอย ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และคณะอีก จำนวน 5 คน ร่วมยื่นหนังสือถึง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

เพื่อสนับสนุนให้มีการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว ซึ่งก่อนหน้านี้มีกลุ่มคนเหมืองตะกั่วเดินทางไปเรียกร้องให้ยุติการสร้างยัง ในพื้นที่ กทม.จนกระทั่งมีการเซ็นชะลอ และมีการตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาของโครงการเหมืองตะกั่ว และพิจารณากำหนดแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และนำเสนอให้ รมต.เกษตรฯ ทราบภายในระยะเวลา 60 วัน.

ชาวพัทลุงออกมาจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบเพื่อทำบุญวันสารทเดือนสิบ คึกคัก

บรรยากาศจับจ่ายก่อนวันสารทคึกคัก ชาวพัทลุงออกมาจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบเพื่อทำบุญวันสารทเดือนสิบตามประเพณีชาวใต้ในวันพรุ่งนี้


ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุง ประชาชน ทยอยเดินทางออกมาเลือกซื้อขนมเดือนสิบ กันอย่างเนืองแน่น เพื่อเตรียมไว้สำหรับนำไปทำบุญที่วัดในวันพรุ่งนี้ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองกับครอบครัวในช่วงประเพณีวันสารทเดือนสิบ หรือเรียกว่าการทำบุญวันส่งตายาย หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า การทำบุญหลังส่งตายาย


สำหรับราคาขนม ไม่ว่าจะเป็นขนมเทียน ขนมลา ขนมพอง ขนมเบซัม ขนมบ้า ราคายังคงเดิมเหมือนปีที่ผ่านมา แม้ว่าวัตถุดิบที่นำมาทำขนมจะปรับราคาสูงขึ้นก็ตาม โดยขนมลาแผ่น กิโลกรัมละ 220 บาท แบ่งขายเป็นพับๆ ละ 50 บาท ขนมเบซัม ขนมบ้า ขนมเทียน ชิ้นละ 2 บาท และขนมลายอดราคาชิ้นละ 10 บาท


นางนันทา นินสุวรรณ อายุ 70 ปี แม่ค้าขายขนมเดือนสิบที่ตลาดสดเทศบาล กล่าวว่า ปีนี้มีประชาชนชาวจังหวัดพัทลุงออกมาซื้อขนมเดือนสิบเป็นจำนวนมาก และราคาของขนมเดือนสิบปีนี้ยังไม่ปรับราคายังขายในราคาเดิมของปีที่แล้ว แม้ปีนี้ราคาข้าวเหนียวขยับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขนมเดือนสิบส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวและวัตถุดิบอื่นก็ปรับราคาเช่นกัน ขนมที่จะต้องใช้ในเดือนสิบ แม่ค้าก็จะจัดแบ่งขายเป็นถุงๆ ไว้ด้วย รวมทั้งขนมพอง ขนมลา ซึ่งจะขายถุงละ 30 – 35 บาท เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้อตามความต้องการ


ในขณะที่ความหมายของขนมเดือนสิบ ไม่ว่าจะเป็น “ขนมลา” ซึ่งมีความหมายใช้แทนเสื้อผ้าที่อุทิศให้เปรตชน หรือบางท่านเชื่อว่าเส้นของลาเล็ก ๆ ทำเปรตกินได้ เพราะเชื่อว่าเปรตมีปากเล็กเท่ารูเข็ม “ขนมพอง” มีความหมายใช้แทนเป็นเครื่องประดับมีสีสันสวยงาม “ขนมเบซัม หรือขนมเจาะหู “มีความหมายใช้แทนเงินทอง เพราะมีลักษณะกลมเจาะรูตรงลางคล้ายกับเงินสตางค์ที่มีรูตรงกลาง ซึ่งใช้กันในสมัยก่อน “ขนมบ้า” มีความหมายใช้แทนเงินเหรียญเพราะมีลักษณะเป็นแผ่นกลมคล้ายเหรียญ และ “ขนมเทียน” มีความหมายใช้แทนหมอน


สำหรับประเพณีวันสารทไทย หรือวันสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งการทำบุญในเดือนสิบ ก็จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันบุญแรก หรือวันรับตายาย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 3 กันยายน 2563ที่ผ่านมา และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นบุญหลัง หรือวันส่งตายาย ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กันยายน 2563 ตามความเชื่อทางพุทธศาสนาถือว่าพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องตกนรก หรือเรียกว่าเปรตนั้น จะได้รับอนุญาตให้มาพบกับญาติของตนในเมืองมนุษย์ได้ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และกลับไปสู่นรกดังเดิม ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ดังนั้น จึงมีการทำบุญใน 2 ช่วง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะนิยมทำบุญกันในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 หรือวันส่งตายาย เพราะมีความสำคัญมากกว่า แต่ก็จะมีบางครอบครัวจะทำบุญทั้งวันบุญแรกและวันบุญหลัง.

ภาพข่าว #ที่นี่พัทลุง