รพ.สนามเปิดเฟส2 รองรับผู้ป่วยโควิด-19 หลังพบยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ศูนย์น้ำใจคนเมืองลุงยังคงมีประชาชนเดินทางไปมอบสิ่งของและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์อย่างไม่ขาดสาย

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ของ จ.พัทลุง ยังคงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 17 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมแล้วจำนวน 310 ราย เสียชีวิต 2 ราย และรักษาหายกลับบ้านได้แล้ว จำนวน 45 ราย
พบสองกลุ่มคลัสเตอร์ใหญ่ มาจากงานแต่งงาน ในพื้นที่ ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด และกลุ่มมโนราห์ ของ อ.ป่าพะยอม ส่งผลให้ตอนนี้ทาง อ.ตะโหมด ได้มีการสั่งล็อคดาวน์ไปแล้ว 1ชุมชน และอีก 3 หมู่บ้านใน ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด และอีก 5 หมู่บ้านใน อ.ป่าพะยอม และที่ซ้ำร้ายพบกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงบางรายไม่ยอมกักตัว ทำให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน

สำหรับทางด้านโรงพยาบาลสนาม ที่สำนักส่งเสริมการบริการวิชาการและภูมิปัญญาชุมชนมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้ขยายเปิดเฟส2 แล้วจำนวน 150 เตียง จากเดิมที่เปิดไปจำนวน 60 เตียง แต่เนื่องด้วยผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งที่โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 350 เตียง ส่วนเตียงที่ทางมหาลัยจัดเตรียมไว้ ก็ไม่เพียงพอกับผู้ป่วย จึงต้องใช้เตียงของทหารจากค่ายอภัยบริรักษ์ จ.พัทลุง และเตียงกระดาษเอสซีจีมาเพิ่มต่อไป

ในขณะที่ศูนย์น้ำใจคนเมืองลุง ยังคงมีประชาชน ห้างร้าน ผู้ประกอบการ เดินทางไปมอบสิ่งของ อาหารสำเร็จรูป พร้อมให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ปกครอง ที่คอยผลัดเปลี่ยนมาดูแลรักษาความเรียบร้อยที่โรงพยาบาลสนาม รวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นหัวใจหลักสำคัญในสถานการณ์ตอนนี้.

สาววัย 18 ปี ตีเนียนนำสร้อยคอทองปลอมมาหลอกขายร้านทอง เจ้าของร้านตาไวจับพิรุธได้ แถมยังใจดีไม่เอาเรื่องพร้อมกล่าวตักเตือน

เหตุเกิดเมื่อช่วงสายวันนี้(วันที่ 2 พ.ค.64)ที่ร้านทองภายในโลตัสแม่ขรี ต.โคกสัก อ.บางแก้ว จ.พัทลุง มีวัยรุ่นสาว อายุ 18 ปี รูปร่างท้วม สูงประมาณ 180 ซม.ผิวดำแดง ขับรถ จยย.เข้าไปพร้อมเพื่อนสาวอีกคน เมื่อไปถึงร้านทองดังกล่าว ก็บอกว่าจะนำสร้อยคอทอง น้ำหนัก 5 บาท มาขายในราคา 5 หมื่นบาท เจ้าของร้านก็เริ่มสงสัย และสอบถามถึงที่มาของสร้อยคอทอง วัยรุ่นสาวอายุ 18 ปี อ้างว่า ตนได้เล่นแชร์ทองกับเพื่อน แต่ช่วงนี้หมุนเงินไม่ทันจำเป็นต้องนำสร้อยคอทองมาขาย เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย หลังจากนั้นเจ้าของร้านทองก็นำสร้อยคอทองปลอมดังกล่าวไปชั่งน้ำหนัก และพบรอยตำหนิบนสร้อยคอทองดังกล่าวอีกหลายจุด จึงรู้ว่าเป็นทองปลอมอย่างแน่นอน

และในระหว่างนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.บางแก้ว ออกตรวจความปลอดภัยในห้างเข้ามาพอดี แต่เจ้าของร้านทองเห็นว่ายังเป็นเด็ก และตนก็ยังไม่ได้เสียหายอะไร จึงไม่ได้แจ้งความเอาผิดกับเด็กสาวคนดังกล่าว และได้ว่ากล่าวตักเตือนไปก่อนปล่อยกลับบ้าน แต่อยากนำเรื่องราวนี้เพื่อเตือนภัย หวั่นจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้กับร้านทองอื่นๆอีก.

ชายวัย 52ปี เครียดเป็นโรคซึมเศร้า คิดสั้นฆ่าตัวตายโดยนอนให้รถไฟทับร่าง

ช่วงเที่ยงวันนี้ พ.ต.อ.สิทธิพงศ์ สังข์แสง ผกก.สภ.ปากพะยูน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากพะยูน แพทย์ของโรงพยาบาลปากพะยูน และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยพัทลุง เข้าตรวจสอบบริเวณข้างสถานีรถไฟบ้านควนเคี่ยม ในพื้นที่ ม.9 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ในที่เกิดเหตุพบร่างของนาย อำมร จุลานุพันธ์ อายุ 52ปี เป็นคนในพื้นที่ ม.2 ต.วังใหม่ อ.ป่าบอน ในสภาพร่างเละ เเขน ขา ขาดไปคนละทิศละทาง

จากการสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่การรถไฟเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ตาย เป็นผู้ป่วยจิตเวช เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งในวันนี้ ได้คิดสั้นเดินตัดหน้ารถไฟเพื่อฆ่าตัวตายอีกครั้ง และเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะช่วยกันเก็บชิ้นส่วนร่างของผู้ตาย ไปชันสูตรเพิ่มเติมยังโรงพยาบาลปากพะยูน และมอบร่างให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลศพตามประเพณีต่อไป.

#ที่นี่พัทลุง

พบผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มรายที่2 ขณะที่ทางจังหวัดเพิ่มมาตรการเข้ม สั่งล็อคดาวน์พื้นที่เสี่ยง2ชุมชนในเขตเทศบาลเมือง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ยังมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกวัน วันนี้มียอดเพิ่มขึ้นอีก 10 ราย รวมยอดสะสมอยู่ที่ 144 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่สอง เป็นผู้สูงอายุเพศชาย อายุ 93 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง ได้รับเชื้อมาจากบุคคลในบ้าน หลังจากนั้นก็มีไข้ ไอมีเสมหะ หายใจเหนื่อยไปหาหมอที่โรงพยาบาลป่าบอน ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตะโหมด และโรงพยาบาลพัทลุง และเสียชีวิตลงเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 27 เม.ย.64 ที่ผ่านมา

นพ.จรุง บุญกาญจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง เล่าว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัวคือ วัณโรค และความดันโลหิตสูง ทำให้ปอดอักเสบ มีอาการหอบเหนื่อยง่าย เกิดภาวะหลอดลมอุดตันเรื้อรัง บวกกับเป็นผู้ป่วยมีอายุเยอะ ทำให้อาการทรุดเร็วจนกระทั่งเสียชีวิตลง นอกจากนี้ยังมีบุคคลในครอบครัวของผู้ตาย ซึ่งเป็นลูกสาว ยังคงเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพัทลุงด้วยอีกหนึ่งคน ส่วนร่างของผู้ตายทางญาติได้นำไปเผาแล้วเมื่อช่วงค่ำของวันเดียวกัน ในพื้นที่ ต.โคกทราย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ท่ามกลางญาติที่มาร่วมอาลัยประมาณ 10 คนเท่านั้น

ล่าสุดวันนี้ทางจังหวัดได้เพิ่มมาตรการเข้ม ออกประกาศ ฉบับที่ 24 ปิดสถานที่เสี่ยง ต่อการแพร่ระบาดโรคแบบกลุ่มก้อนเพิ่มเติม เช่น สถานที่แสดงมหรสพ โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ และโรงละคร รวมถึงร้านสะดวกซื้อและร้านค้าอื่นๆ สามารถเปิดได้ตั้งแต่เวลา 05.00- 24.00 น. นอกจากนั้นยังให้อำนาจแต่ละอำเภอ ผู้นำท้องถิ่นแต่ละแห่ง จัดการดูแลใช้มาตรการล็อคดาวน์พื้นที่เสี่ยงได้ตามความเหมาะสม หากพบในชุมชน หรือ หมู่บ้านนั้นๆมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้มี 2 ชุมชนแรกคือ ชุมชนบ้านหน้าท่าเรือ และชุมชนหน้าเขาอกทะลุ ภายในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ที่กำลังจัดการล็อคดาวน์ชุมชน เนื่องจากพบยอดผู้ป่วยแล้ว จำนวน 15 ราย และหากพื้นที่ไหนมีการล็อคดาวน์แล้วต้องมีมาตรเข้มห้ามบุคคลในพื้นที่เข้า-ออกอย่างเด็ดขาดเป็นเวลา 14 วัน

แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองพัทลุงลงพื้นที่ ก็เกิดความวุ่นวายเล็กน้อยเนื่องจากชาวบ้านในชุมชนบางส่วนไม่พอใจ เพราะเกิดความเข้าใจผิดพลาดกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้ามาพูดคุย สร้างความเข้าใจกับชาวบ้านทั้งสองชุมชนนานเกือบ 2 ชั่วโมง จนสามารถตกลงกันได้ด้วยดี พร้อมตั้งจุดตรวจ/คัดกรองบุคคลเข้า-ออกเข้ม2 จุด ด้วยกันคือ จุดที่1 บริเวณ สามแยกปากทางเข้าภูเขาอกทะลุ และจุดที่ 2 บริเวณสามแยกถนนเจริญดิษฐ์อินทร์ เป็นเวลา 14 วัน นับตั้งแต่ วันที่ 28 เม.ย.64 ถึงวันที่ 11 พ.ค.64 นี้.

พัทลุง- ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยอดทะลุกว่า 100รายแล้ว เตรียมล็อคดาวน์ตำบลที่มีผู้ป่วยเกิน 10 ราย

สถานการณ์การ การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ยังน่าเป็นห่วงล่าสุดวันนี้ มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 100 ราย ในขณะที่ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดพัทลุง เร่งใช้มาตรการล็อคดาวน์ตำบล ชุมชน ที่มีผู้ป่วยเกิน 10 ราย ห้ามเข้าออกพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 14 วัน

ซึ่งในวันนี้ นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และเจ้าหน้าที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการประชุมด่วน เพื่อวางแนวทางและมาตรการเข้มควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน วันนี้เพิ่มอีก 7 ราย รอผลตรวจอีก 2 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมในระลอกนี้สูงถึง 115 รายแล้ว เสียชีวิตแล้ว 1 ราย


และจาการสอบสวนไทม์ไลน์ของผู้ป่วยแต่ละรายนั้น ปรากฎว่าส่วนใหญ่เป็นการแพร่ระบาดภายในครอบครัว โดยมีการรับเชื้อมาจากบุคคลภายนอกที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดพัทลุง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา และมีการแพร่กระจายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ก็ยังคงเร่งลงพื้นที่ติดตามตรวจสารคัดหลั่งจากกลุ่มบุคคลเสี่ยงอย่างต่อเนื่องทุกวัน อำเภอที่มียอดผู้ป่วยมากสุดจะอยู่ในพื้นที่ของ อ.เมืองพัทลุง และ อ.ควนขนุน ส่วนอีกสองอำเภอ คือ อ.ป่าพะยอม และ อ.ศรีนครินทร์ ยังไม่พบยอดผู้ติดเชื้อในรอบนี้

ซึ่งหลังจากการประชุมแล้วเสร็จ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพัทลุง มีมติให้จังหวัดประกาศล็อคดาวน์พื้นที่ในระดับตำบล ชุมชน ที่มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเกิน 10 ราย หรือพื้นที่ ที่มีการระบาดของเชื้อเป็นลักษณะกลุ่มก้อน ให้พื้นที่ดังกล่าวประกาศล็อคดาวน์ทันที โดยห้ามเข้า-ออก อย่างเด็ดขาดอย่างต่ำจำนวน 14 วัน
ทางด้านนายแพทย์จรุง บุญกาญจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง เปิดเผยว่าขณะนี้ พบผู้ป่วยติดเชื้อมากที่สุดคืออำเภอเมืองพัทลุง และมีกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยแต่ละรายไม่ต่ำกว่า 20 คน ดังนั้นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ที่เข้าติดต่อตรวจหาเชื้อและเป็นผู้ป่วย กรุณาอย่าปกปิดข้อมูล ซึ่งจะทำให้บุคลากร เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล เสี่ยงต่อการรับเชื้อและเกิดภาวะขาดแคลนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
และสำหรับยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแต่ละวัน ทำให้เตียงผู้ป่วยแต่ละโรงพยาบาลไม่เพียงพอ ต้องส่งตัวผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงไปเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลสนาม ที่สำนักส่งเสริมการบริการวิชาการและภูมิปัญญาชุมชน ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสนาม จำนวน 20 ราย หายกลับบ้านพร้อมไปกักตัวต่ออีก 14 วัน จำนวน 2 ราย.

ชาวบ้านในพื้นที่นาขยาดผวาหลังพบผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต ต่างปิดบ้าน ร้านค้ากักตัวเองทั้งหมู่บ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ประมาณ 150 ครัวเรือนหวาดผวา ต่างปิดบ้าน ร้านค้าเงียบ หลังจากพบผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายแรกของ จ.พัทลุงไปเมื่อวานนี้ (วันที่ 20 เม.ย.64) ซึ่งผู้ป่วยคนดังกล่าว มีไทม์ไลน์ว่าได้กลับมาหาญาติในพื้นที่ ม.9 ของ ต.นาขยาด อ.ควนขนุน หลังจากตรวจพบว่าติดเชื้อและเข้ารับการรักษาเพียง 4วัน ก็เสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ หลังจากทราบข่าวก็หวาดผวา ทยอยปิดบ้าน ร้านค้าขายของชำ พร้อมปิดป้ายหน้าร้านยอมกักตัวเองกันทั้งหมู่บ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่ วัย 60 ปีรายหนึ่ง เผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19รายแรกของ จ.พัทลุง และได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวล หวาดกลัว ยอมปิดบ้าน กักตัวเอง และที่หนักไปกว่านั้น ยังถูกซ้ำเติมจากสังคมภายนอก มีร้านค้าบางร้าน ปั๊มน้ำมันบางปั๊ม ไม่ยอมขายของหรือเติมน้ำมันให้หากทราบว่า บุคคลนั้นมาจากพื้นที่ของตำบลนาขยาด จึงอยากฝากวิงวอนสังคม ให้โอกาสอย่าซ้ำเติมกันเลย เพราะไม่มีใครอยากติดโรคระบาดนี้ แต่เมื่อติดแล้ว สังคมควรให้โอกาส แบ่งปันน้ำใจ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้ต่อไป

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ของ จ.พัทลุง ยังคงมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งในวันนี้พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 6 ราย ยอดสะสมอยู่ที่ จำนวน 59 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ที่เหลือยังคงกระจายรักษาตัวอยู่ตามโรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่

และขณะนี้ ทางจังหวัดพัทลุงได้เปิดโรงพยาบาลสนามแล้ว 1 แห่ง เมื่อวันที่ 20 เม.ย.64 ที่ผ่านมา ที่สำนักส่งเสริมการบริการวิชาการและภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ ในพื้นที่ ม.6 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 500 เตียง และมีการเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการแล้ว จำนวน 150 เตียง และสามารถเพิ่มเติมได้เมื่อจำเป็น โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่พยาบาลคอยดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดมียอดผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามแล้ว จำนวน 5 ราย เป็นชาย 3 ราย ผู้หญิง 2 ราย แต่ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมอาการ แต่จะให้ดูผ่านกล้องวงจรปิดที่ทางโรงพยาบาลสนามจัดทำขึ้นเท่านั้น.
.
ทีมข่าว #ที่นี่พัทลุง

พัทลุง ฉีดวัคซีนชุดแรก1800โดส แก่บุคลากรการแพทย์ พยาบาล และ อสม.

เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา นายแพทย์ดุษฎี คงตระกูลทรัพย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง นายแพทย์จรุง บุญกาญจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง ร่วมฉีดวัคซีนโควิด – 19 “ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด_19 ชุดแรก ซึ่งในวันนี้ก็มีบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และ อสม. ซึ่งจังหวัดพัทลุงได้รับการจัดสรรวัคซีนชุดแรกจำนวน 1,800 โดส เป็นวัคซีนยี่ห้อซิโนแวค ขณะที่โรงพยาบาลพัทลุงนั้นได้รับจัดสรรให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 600 โดส จำนวน 300 คน โดยเข็มแรกฉีดในวันนี้ 8 เมษายน 2564 ส่วนเข็มที่ 2 จะฉีดวันที่ 28 เมษายน 2564

ขณะที่ อสม.นั้นจะฉีดวัคซีน 500 คน โดยเป็น อสม. ในพื้นที่อำเภอเมืองพัทลุง 300 คน และพื้นที่รอบนอก 200 คน นั้นจะฉีดที่โรงพยาบาลพัทลุง ฉีดเข็มแรกวันนี้ 8 เมษายน 2564 เช่นกัน ส่วนเข็มที่ 2 ก็จะฉีดในวันที่ 28 เมษายน 2564 สำหรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในครั้งนี้จะเป็นการทดสอบระบบและวางแผนหาแนวทางให้บริการแก่ประชาชนต่อไป ซึ่งหลังจากการฉีดวัคซีนทางโรงพยาบาลพัทลุงได้มีการเฝ้าระวัง ติดตามอาการหลังจากฉีดทันที ใน 30 นาที ซึ่งผู้ฉีดวัคซีนดังกล่าวในวันนี้ทุกๆคนไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด

ในส่วนของประชาชนทั่วไปของจังหวัดพัทลุงนั้น จะได้รับวัคซีนเข็มแรกในเดือน พฤษภาคม 2564 ขณะนี้ทางโรงพยาบาลพัทลุงได้ส่งรายชื่อไปยังกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ประกอบด้วย บุคคลกลุ่มเสี่ยงทุกโรค ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ฯลฯ ส่วนการรับฉีดวัคซีนนั้นสามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ (1) ทางไลน์แอปพลิเคชั่น “ หมอพร้อม “ และ (2) การติดต่อกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

ขณะที่สถานการณ์โรคโควิด – 19 ล่าสุดในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงนั้น หลังจากที่มีผู้เดินทางจากจังหวัดพัทลุงเข้าร่วมงานยังโรงแรมแห่งหนึ่ง ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะนี้ได้รับการตรวจหาเชื้อยืนยันผลเป็นลบทั้งหมด แต่ได้กักตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวแล้วเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งในกลุ่มบุคคลเหล่านั้นมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงด้วย 1คน เนื่องจากได้ไปร่วมงานในวัน เวลา ดังกล่าวด้วย

ตร.เร่งหาเบาะแสคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มร้านอาหาร เพียงแค่ไม่พอใจปิดร้านไม่ขายสุรา

เผยภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง บันทึกภาพขณะชาย 3 คนเดินเข้าไปภายในร้าย โดยหนึ่งในนั้นเหน็บปืนM16 ไว้บริเวณเอว โดยมีปลายกระบอกปืนโผล่บริเวณขากางเกง ในขณะที่กล้องวงจรปิดอีกมุมภายในร้าน ได้บันทึกพฤติกรรมขณะชายอีกคน นำปืนกระบอกดังกล่าวยืนถืออยู่ภายในร้านลักษณะคล้ายใส่กระสุน ก่อนเดินควงไปมาภายในร้านอย่างไม่เกรงใจใคร ไม่นานก่อนออกจากร้านพวกเขาใช้ปืนM16 และปืนขนาด 11 มม. อีกกระบอกยิงใส่เข้าไปในร้าน และจังหวะที่เดินออกมา ยังมีหนึ่งในผู้ก่อเหตุใช้ปืนพกสั้น ยิงขึ้นฟ้าอีกหลายนัดก่อนเดินออกจากร้านไป แต่โชคดีจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเพียงร้านอาหารที่ได้รับความเสียหายบางส่วน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 5ปลอก และปลอกกระสุนขนาด .45 จำนวน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากมีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่ง เข้ามารับประทานอาหารภายในร้านอาหารดังกล่าว โดยมีชายอีกกลุ่มเข้ามาสมทบพร้อมนำปืนM16 เข้ามาด้วย เมื่อใกล้เวลาปิดร้านเจ้าของร้านได้แจ้งให้ลูกค้ากลุ่มนี้ทราบ แต่พวกเขาพยายามจะนั่งดื่มสุราต่อ เมื่อเจ้าของร้านและพนักงานปฏิเสธจะให้บริการ จึงสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มชายดังกล่าว ก่อนออกจากร้านพวกเขาจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

เบื้องต้นตำรวจเรียกสอบปากคำพยานแล้วหลายปากทั้งตัวเจ้าของร้านและพนักงาน พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลขอศาลอนุมัติหมายจับมาดำเนินคดี

และจากการตรวจสอบพบว่า หนึ่งในผู้ก่อเหตุเคยมีพฤติกรรมใช้ปืนยิงข่มขู่แบบนี้มาแล้วในพื้นที่ ซึ่งคดีดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างรอพิจราณาคดีในชั้นศาล.

นักร้องเพลงปักษ์ใต้ชื่อดังบวชแก้บนให้แม่ มีเหล่าแม่ยกและเหล่าศิลปินภาคใต้ร่วมบุญกันอย่างเนืองแน่น

นายเอกชัย หรือ นายบุญรอบ ศรีวิชัย อายุ 58 ปี นักร้องเพลงปักษ์ใต้ชื่อดัง อีกทั้งยังเป็นนักแสดงและผู้กับกำหนังมาแล้วหลายเรื่อง ได้เข้าพิธีอุปสมบทอย่างเรียบง่าย ที่วัดท่าแค ในพื้นที่ ม. 1 ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมีคุณแม่เรียง ศรีวิชัย พร้อมด้วย ญาติพี่น้องคนสนิท และเหล่าศิลปินภาคใต้ อาทิ นายไพศาล ขุนหนู พระเอกชื่อดังจากเรื่องสะพานรักสารสิน เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น บอล วงกลม ยาวนาโยง โทงทองแดง รวมไปถึงเหล่าบรรดาแม่ยกที่ทราบข่าว เดินทางมาเข้าร่วมงานบุญในครั้งนี้กันเป็นจำนวนมาก

โดยพิธีเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า แม่เรียงฯ แม่ของเอกชัยฯ ได้ประเดิมปรงผมให้ หลังจากนั้นญาติๆ และแขกที่เข้าร่วมงานได้เข้าแถวร่วมปรงผม หลังจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนชุดนาค เข้าสู่พิธีแก้บนหน้ารูปเหมือนพ่อขุนศรีศรัทธา บรมครูโนราห์ผู้ยิ่งใหญ่ และยังเป็น ต้นกำเนิดของมโนราห์ ที่ชาวบ้านทางภาคใต้ให้ความเคารพ นับถือสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งก่อนหน้านี้ นายเอกชัย ศรีวิชัย ได้บนบานศาลกล่าว ต่อหน้ารูปเหมือนของพ่อขุนศรีศรัทธา ว่าขอให้แม่เรียง แม่ของตนหายป่วย ตนจะบวช หลังจากบนบานศาลกล่าวไม่นาน อาการป่วยของแม่เรียงก็ดีขึ้นตามลำดับ จึงเป็นที่มาในการจัดพิธีบวชอุปสมบทในวันนี้

โดยมีพระครูสุตธรรมวิภัชอนันต์ เป็นพระอุปัชฌาย์ให้ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “กิตติสาโร” หมายถึง ผู้มีเกียรติเป็นสาระ และนอกจากพิธีบวชแก้บนของนายเอกชัย ศรีวิชัยแล้ว ยังมีหนูน้อยวัย 9 ขวบ เด็กชายธนกฤษ คงเขียว หรือที่คนพัทลุงรู้จักกันในนามของมโนราห์กฤษ ซึ่งเป็นหลานบุญธรรมที่ นาย เอกชัย ศรีวิชัย ได้ให้การอุปการะเลี้ยงดู ร่วมบวชเณรเพื่อเป็นการแก้บนให้กับย่าเรียงเช่นเดียวกัน การบวชอุปสมบทในครั้งนี้จะบวชเป็นเวลา 3 วัน และมีการกำหนดวันลาสิกขา ในวันที่ 11 มีนาคม 2564 ที่จะถึงนี้.

ภาพ/ข่าว น้าฟื้นช่อง 8

ป้าวัย 64 ปี เข้าแจ้งความหลังถูกหนุ่มวัย19 ปี เข้าบีบคอทำร้ายร่างกาย ด้านหนุ่มวัย19 ปียอมรับทำไปเพราะเกิดอาการหลอนจากยาเสพติด

ภาพจากกล้องวงจรปิด เผยนาทีที่หนุ่มวัย 19 ปี บุกเข้ามาบีบคอทำร้ายร่างกายคุณป้าวัย 64ปี ถึงร้านขายของชำ ต่อหน้าหลานสาววัย3 ขวบเศษ หนุ่มคนดังกล่าวอ้างไม่พอใจที่ถูกป้าต่อว่า จึงโมโหเข้ามาทำร้ายร่างกาย ล่าสุดป้าวัย 64 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เรียบร้อยแล้ว


ช่วงบ่ายวันนี้ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ ไปที่ร้านขายของชำในพื้นที่บ้านเพ็งอาด ม.11 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นร้านของ นางนิตยา แก้วชนะ อายุ 64 ปี เล่านาทีที่ถูกทำร้ายให้ฟังว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเวลา ประมาณ 7 โมงเช้า ขณะที่ตนกำลังวุ่นอยู่กับหลานสาววัย 3 ขวบเศษ ระหว่างนั้นก็มีหนุ่มวัย 19 ปี ขับรถ จยย.เข้ามาที่ร้าน ตนก็เข้าใจว่าลูกค้ามาซื้อของที่ร้านตามปกติ จึงเดินออกไปดู แต่กลับถูกชายคนดังกล่าววิ่งตรงเข้ามาบีบคอ ทำร้ายร่างกาย พร้อมพูดในทำนองว่าป้าเจ้าของร้านต่อว่าหนุ่มคนดังกล่าว(พูดเป็นภาษาใต้ประมาณว่า” แรก-เดี่ยว-มึง-ว่า-กู-ช่าย-หม้าย) ก่อนชี้หน้าด่าแบบไม่พอใจ และขับ รถ จยย.ออกไป นางนิตยาฯ บอกว่า ตอนนั้นตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ก็โทรศัพท์หาญาติขอความช่วยเหลือ ก่อนจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากพะยูน


นางนิตยาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้ว หนุ่มคนดังกล่าว ก็แวะเวียนมาซื้อของที่ร้านอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นเพื่อนบ้านกัน และไม่เคยต่อว่า หรือโกรธเคือง หมางใจอะไรกันเลย ตนก็รักและเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์วันนี้ขึ้น ก็ยอมรับว่าตกใจ และกลัวมาก หลังจากนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเข้ามาช่วยสอดส่องดูแลเพิ่มขึ้น อีกทั้งที่บ้านของคุณป้าเองก็มีแต่ผู้หญิง กับเด็กเล็ก หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ตนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

หลังจากนั้นทีมข่าวก็ได้เดินทางไปพบกับครอบครัวของหนุ่มวัย 19 ปี ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 500 เมตร เมื่อไปถึงก็พบกับหนุ่มวัย 19ปี กำลังช่วยที่บ้านเลี้ยงวัวชนอยู่ และได้พูดคุยกับนาง จุรี มุสิกะสง อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นย่าของหนุ่มวัย 19 ปี เล่าว่า หลานชายติดยาเสพติดมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ช่วงหลังมักมีอาการหลอนจากยาเสพติด หงุดหงิดง่ายหากมีใครทำ หรือพูดอะไรให้ไม่พอใจ แต่หากไม่มีอาการดังกล่าว ก็จะเป็นคนขยัน ช่วยที่บ้านทำมาหากินทุกอย่าง และเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาก็เคยพาไปบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่หลานชายไม่ค่อยได้กินยาตามหมอสั่ง

ทางด้านหนุ่มวัย 19 ปี ก็ยอมรับว่าตนบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายป้าวัย 64ปี จริง อ้างว่าโมโหที่ถูกต่อว่า แต่หลังจากนั้นก็ได้กลับไปขอโทษป้าวัย64ปีแล้ว และสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก และนอกจากนี้ยังเล่าให้ทีมข่าวฟังเพิ่มเติมว่า หากวันไหนไม่ได้เสพยาเสพติด ตนก็จะรู้สึกหงุด โมโหร้ายบางทีก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ และเคยพลาดพลั้งทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวด้วยเช่นกัน และหากมีโอกาสก็อยากจะเข้ารับการบำบัดยาเสพติด จะได้กลับมาช่วยปู่ ย่า ทำงานที่บ้านต่อไป เพราะปู่กับ ย่า ทั้งสองก็อายุมากแล้ว.