ภาพจากกล้องวงจรปิด เผยนาทีที่หนุ่มวัย 19 ปี บุกเข้ามาบีบคอทำร้ายร่างกายคุณป้าวัย 64ปี ถึงร้านขายของชำ ต่อหน้าหลานสาววัย3 ขวบเศษ หนุ่มคนดังกล่าวอ้างไม่พอใจที่ถูกป้าต่อว่า จึงโมโหเข้ามาทำร้ายร่างกาย ล่าสุดป้าวัย 64 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เรียบร้อยแล้ว


ช่วงบ่ายวันนี้ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ ไปที่ร้านขายของชำในพื้นที่บ้านเพ็งอาด ม.11 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นร้านของ นางนิตยา แก้วชนะ อายุ 64 ปี เล่านาทีที่ถูกทำร้ายให้ฟังว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเวลา ประมาณ 7 โมงเช้า ขณะที่ตนกำลังวุ่นอยู่กับหลานสาววัย 3 ขวบเศษ ระหว่างนั้นก็มีหนุ่มวัย 19 ปี ขับรถ จยย.เข้ามาที่ร้าน ตนก็เข้าใจว่าลูกค้ามาซื้อของที่ร้านตามปกติ จึงเดินออกไปดู แต่กลับถูกชายคนดังกล่าววิ่งตรงเข้ามาบีบคอ ทำร้ายร่างกาย พร้อมพูดในทำนองว่าป้าเจ้าของร้านต่อว่าหนุ่มคนดังกล่าว(พูดเป็นภาษาใต้ประมาณว่า” แรก-เดี่ยว-มึง-ว่า-กู-ช่าย-หม้าย) ก่อนชี้หน้าด่าแบบไม่พอใจ และขับ รถ จยย.ออกไป นางนิตยาฯ บอกว่า ตอนนั้นตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ก็โทรศัพท์หาญาติขอความช่วยเหลือ ก่อนจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากพะยูน


นางนิตยาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้ว หนุ่มคนดังกล่าว ก็แวะเวียนมาซื้อของที่ร้านอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นเพื่อนบ้านกัน และไม่เคยต่อว่า หรือโกรธเคือง หมางใจอะไรกันเลย ตนก็รักและเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์วันนี้ขึ้น ก็ยอมรับว่าตกใจ และกลัวมาก หลังจากนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเข้ามาช่วยสอดส่องดูแลเพิ่มขึ้น อีกทั้งที่บ้านของคุณป้าเองก็มีแต่ผู้หญิง กับเด็กเล็ก หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ตนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

หลังจากนั้นทีมข่าวก็ได้เดินทางไปพบกับครอบครัวของหนุ่มวัย 19 ปี ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 500 เมตร เมื่อไปถึงก็พบกับหนุ่มวัย 19ปี กำลังช่วยที่บ้านเลี้ยงวัวชนอยู่ และได้พูดคุยกับนาง จุรี มุสิกะสง อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นย่าของหนุ่มวัย 19 ปี เล่าว่า หลานชายติดยาเสพติดมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ช่วงหลังมักมีอาการหลอนจากยาเสพติด หงุดหงิดง่ายหากมีใครทำ หรือพูดอะไรให้ไม่พอใจ แต่หากไม่มีอาการดังกล่าว ก็จะเป็นคนขยัน ช่วยที่บ้านทำมาหากินทุกอย่าง และเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาก็เคยพาไปบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่หลานชายไม่ค่อยได้กินยาตามหมอสั่ง

ทางด้านหนุ่มวัย 19 ปี ก็ยอมรับว่าตนบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายป้าวัย 64ปี จริง อ้างว่าโมโหที่ถูกต่อว่า แต่หลังจากนั้นก็ได้กลับไปขอโทษป้าวัย64ปีแล้ว และสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก และนอกจากนี้ยังเล่าให้ทีมข่าวฟังเพิ่มเติมว่า หากวันไหนไม่ได้เสพยาเสพติด ตนก็จะรู้สึกหงุด โมโหร้ายบางทีก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ และเคยพลาดพลั้งทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวด้วยเช่นกัน และหากมีโอกาสก็อยากจะเข้ารับการบำบัดยาเสพติด จะได้กลับมาช่วยปู่ ย่า ทำงานที่บ้านต่อไป เพราะปู่กับ ย่า ทั้งสองก็อายุมากแล้ว.