ชาวพัทลุงร่วมยินดีกับลูกหลานได้เหรียญทองเพาะกายชายกีฬาซีเกมส์ครั้งที่31

บรรยากาศการแห่เหรียญทองของนักกีฬาเพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม กีฬาซีเกมส์ครั้งที่31กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม รอบตลาดเทศบาลเมืองพัทลุง ชาวพัทลุงออกมาแสดงความยินดีตลอดเส้นทาง ที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวจังหวัดพัทลุงและประเทศชาติ

เมื่อช่วงสายวันนี้(19 พ.ค.65)ที่บริเวณลานหน้าพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง สมาคมเพาะกายจังหวัดพัทลุง พร้อมพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง ออกมาแสดงความยินดี นายเอกพล สุขทอง อายุ 41 ปี หรือบ่าวไข่เจียว นักกีฬาเพาะกาย ที่เข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์ครั้งที่31 กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม และเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2565 เป็นการแข่งขันวันที่ 2 ชิง 4 ทอง จากประเภทเพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 75 กิโลกรัม รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 85 กิโลกรัม

โดยไทยลงแข่งครบทั้ง 4 รุ่น หนึ่งในจำนวนนั้นคือ นายเอกพล สุขทอง อายุ 41 ปี หรือบ่าวไข่เจียว นักกีฬาเพาะกาย ลูกหลานของชาวจังหวัดพัทลุง ลงแข่งขันรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม และผลปรากฏว่า ไทยเก็บเหรียญทองเพิ่มจาก เพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม เอกพล สุขทอง ( แชมป์โล เมื่อปี 2019) ได้เหรียญทอง เป็นเหรียญที่ 2 ของเพาะกาย เงิน มิน ซอ อู (พม่า) ทองแดง ไซนัล อารีฟ บิน ไซนัล อาริฟิน (มาเลเซีย) สำหรับเอกพล สุขทอง ที่ได้เหรียญทอง นั้นเคยได้แชมป์โลมาก่อน เมื่อปี 2019

ซึ่งหลังจากพี่ประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง ได้แสดงความยินดีนายเอกพล สุขทอง อายุ 41 ปี หรือบ่าวไข่เจียว นักกีฬาเพาะกาย ได้เข้ากราบไหว้พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นพระรูปประจำภาคใต้ คือพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นนายเอกพล สุขทอง อายุ 41 ปี หรือบ่าวไข่เจียว นักกีฬาเพาะกาย

ได้ขึ้นรยนต์เก๋งเปิดประทุนแห่รอบตลาดเขตเทศบาลเมืองพัทลุง โดย 2 ข้างทาง มีประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมากออกมาแสดงความยินดี ที่นายเอกพล สุขทอง อายุ 41 ปี หรือบ่าวไข่เจียว นักกีฬาเพาะกาย สร้างชื่อเสียงให้กับชาวจังหวัดพัทลุง และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ พร้อมขอถ่ายรูปกับเจ้าของเหรียญทองตลอดเส้นทาง

ขณะนายเอกพล สุขทอง อายุ 41 ปี หรือบ่าวไข่เจียว เจ้าของเหรียญทองนักกีฬาเพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม กีฬาซีเกมส์ครั้งที่31 จากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม กล่าวว่า ตนเองเฝ้ารอคอยเหรียญกีฬาซีเกมส์ เป็นมาเวลานานซึ่งตอนนี้สามารถทำความฝันเป็นจริงให้กับพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงพร้อมสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย และเป็นเหรียญกีฬาซีเกมส์เหรียญแรกของพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุง ในการแข่งขันครั้งนี้ และเนื่องจากกีฬาเพาะกายไม่ได้บรรจุในกีฬาเกมส์มาถึง 9 ปีแล้ว และเป็น 9 ปีที่รอคอย ในส่วนของการฝึกซ้อมนั้นได้ฝึกซ้อมตลอดเพื่อต้องการเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ให้ได้เพื่อต้องการให้คนทั่วไปหันมาสนใจกีฬาการเพาะกายให้มากยิ่งขึ้นมีการพัฒนากีฬาเพาะกาย และในส่วนของตนเองต้องการให้เป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆรุ่นหลัง หันมาเล่นกีฬาเพื่อความเลิศ.

นร.หญิงวัย14 ปีของ รร.ชื่อดังใน จ.พัทลุงคิดสั้นผูกคอตาย เพียงเพราะคำพูดบั่นทอนจากครู บวกกับปัญหาสะสมจากครอบครัว

เมื่อช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีการแชร์เรื่องราวของเด็กหญิงวัย 14 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนหญิงมอ 2ที่กำลังจะเลื่อนระดับชั้นสู่ มอ 3 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง เป็นเรื่องราวน่าเศร้าเมื่อเด็กหญิงคนดังกล่าวคิดสั้นผูกคอตาย เพราะปัญหาสะสมที่บ้าน และถูกครูที่ปรึกษาพูดบั่นทอนจิตใจ

เรื่องราวนี้ถูกเพื่อนๆของคนตายนำเรื่องราวมาแชร์ เพื่อเปิดโปงพฤติกรรมของบุคคลที่ได้ชื่อว่าครู ถึงความเหมาะสมหรือไม่กับคำพูดที่สื่อสารกับเด็กที่อยู่ในภาวะจิตใจอ่อนแอ พูดบั่นทอนจนเด็กคิดสั้นฆ่าตัวตาย หลังจากที่เรื่องราวของเด็กหญิงคนดังกล่าวถูกแชร์จนติดเทรนด์อันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ และสื่อออนไลน์อีกหลายช่องทาง จนทำให้มีคนออกมาวิพากษณ์วิจารณ์การกระทำของครูคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

เด็กหญิงวัย 14 ผู้ตาย(ขอสงวนชื่อ และนามสกุล) เดิมอยู่กับครอบครัวในพื้นที่ จ.สงขลา แต่หลังจากจบ ป. 6 น้องได้เข้ามาสอบเรียนต่อที่โรงเรียนชื่อดังของ จ.พัทลุง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา 2 ปี เด็กหญิงวัย14 ปี ผู้ตายประสบปัญหาด้านครอบครัว พ่อแม่แยกทางกัน และมีปัญหาเรื่องการเงินมาตลอด และจากข้อมูลทราบว่าแม่ ก็ยังติดการพนันอีกด้วย จนมีปัญหาบานปลายในช่วงก่อนเปิดเทอมทางครอบครัวไม่มีเงินส่งเด็กหญิงวัย 14 ปี ผู้ตายเรียนต่อ

แต่ด้วยตัวเด็กอยากเรียนต่อ จึงขอทางครอบครัวออกมาเช่าบ้าน และจะหารายได้ส่งตัวเองเรียน ทุกอย่างก็ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพราะเด็กอายุยังน้อย สุดท้ายถูกปฏิเสธ จนมีการได้พูดคุยกับครูที่ปรึกษา แต่ถูกครูที่ปรึกษาพูดบั่นทอนจิตใจเข้าไปอีก อีกทั้งยังพูดในลักษณะพยายามให้น้องย้ายโรงเรียนไปเรียนที่อื่น เนื่องจากเป็นเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองคอยดูแล กลัวสร้างปัญหาให้กับทางโรงเรียน หลังจากนั้นก็มาทราบข่าวเศร้าว่าเด็กหญิงวัย 14 ปี คิดสั้นผูกคอตายไปแล้ว

ท่ามกลางความเสียใจของกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนเดียวกัน ก่อนทิ้งข้อความในแชทที่คุยกับเพื่อนไว้ก่อนตายให้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นแชร์ต่อเพื่อให้ครู ให้ครอบครัว ได้ทบทวนถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนศพของเด็กหญิงวัย 14 ปี ทาง ญาติได้ประกอบพิธีตามศาสนาไปเรียบร้อยแล้ว ที่ จ.สงขลา เมื่อวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดทางโรงเรียนชื่อดัง ใน จ.พัทลุง ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพราะทนกระแสกดดันจากโซเชี่ยลไม่ไหว โดยทางผู้อำนวยการโรงเรียนออกมาอ้างทางโรงเรียนได้ทำดีที่สุดแล้ว ยอมรับเรื่องที่เกิดเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดของครูกับนักเรียน โดยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 พฤษภาคม 2565 ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ นางมาลี แก้วละเอียด ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีพัทลุง พูดถึงกรณีการเสียชีวิตของเด็กหญิง วัย 14 ปี ว่าโรงเรียนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าระบบการดูแลนักเรียนทางโรงเรียนทำดีที่สุดแล้ว

สำหรับตัวเด็กทาง นายตุลยวัต เขียวจีน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และ นางสาวจรรยา ชูเมฆ ครูที่ปรึกษา ครูคนที่พูดกับเด็ก ก่อนเด็กเสียชีวิต ว่าทางโรงเรียน ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลหลังจากที่ได้พูดคุยกับเด็ก แต่สุดท้ายกลับมาพบกับข่าวเศร้าเมื่อเด็กคิดสั้นฆ่าตัวตายไปแล้ว


ซึ่งจริงแล้วทางครูที่ปรึกษา และทางโรงเรียนอ้างว่า เพิ่งมาทราบเรื่องราวว่าเด็กหญิงวัย 14 ปี รายนี้ไม่อยู่ในพื้นที่ จ.พัทลุง ไปอยู่กับแม่ ที่ จ.สงขลา และเพิ่งทราบว่าเด็กไม่สามารถมาเรียนในโรงเรียนเดิมได้ เนื่องจากไม่มีที่พักและไม่มีผู้ปกครองคอยดูแล

ทางด้าน นางสาวจรรยาฯ ครูที่ปรึกษา อ้างว่า วันนั้นที่คุยกับเด็กหญิงวัย 14 ปี ผู้ตาย ไม่ได้เป็นการพูดบั่นทอนเด็ก เพียงแค่แนะแนวทางเลือกให้เด็กไป 2 ทาง คือ ให้เด็กกลับไปเรียนที่สถานศึกษาใกล้บ้าน

อีกทั้งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และ2 หากจะมาเรียนโรงเรียนเดิมที่ จ.พัทลุงจะต้องไปพักอาศัยที่ศูนย์บ้านพักเด็กและครอบครัว ซึ่งมีรถรับส่งไป-กลับ ทั้งมีอาหารกินฟรี แต่ต้องให้ผู้เป็นแม่หรือผู้ปกครองมาเซ็นยินยอมในวันที่ 17 พฤษภาคม 65 ที่กำลังจะถึงนี้ แต่สุดท้ายวันที่ 13 พ.ค. ก็ทราบว่าเด็กเสียชีวิตเสียแล้ว ซึ่งทางคณะผู้บริหาร คณะครู ก็ได้เข้าร่วมในงานศพดังกล่าวและมอบเงินสวัสดิการให้ครอบครัวไปจำนวนหนึ่ง

นางสาวจรรยาฯ ครูที่ปรึกษา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางคณะครูและโรงเรียนให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหามาโดยตลอด ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเรามาสามารถยืนยันได้ว่าครูได้พูดกับนักเรียนไปอย่างไรบ้าง แต่เรื่องนี้ตนยืนยันได้ว่าทางโรงเรียนได้เตรียมให้ความช่วยเหลือไว้ทุกๆด้านแล้ว และเรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะผู้ตายนำเรื่องไปพูดคุยกับเพื่อน ที่แปลเจตนาของครูผิดพลาดไปก็ได้ และในส่วนของข่าวในโซเซียลระบุว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รับทุนการศึกษานั้นไม่เป็นความจริง เพราะเด็กได้รับทุนช่วยเหลือมาทุกปี

ด้าน นางมาลีฯ ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า ไม่มีครูคนใดที่ไม่มีความปรารถนาดีต่อนักเรียน การที่พูดกันว่าไม่มีเงินแล้วมาเรียนในโรงเรียนนี้ไม่ได้ไม่เป็นความจริงและเป็นไปไม่ได้ ทางโรงเรียนไม่ได้เร่งเก็บค่าบำรุงการศึกษา จะแจ้งให้มาชำระค่าบำรุงการศึกษาในวันไหนก็จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นักเรียนคนไหนจะขอลดค่าบำรุงการศึกษา หรือจะขอยกเว้นการจ่ายค่าบำรุงการศึกษาก็ขอให้ยื่นคำร้องได้

โดยในแต่และเทอมจะมีนักเรียนได้รับการยกเว้นการจ่ายค่าบำรุงฯเกือบ 100 คน เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการแปรเจตนาของเด็กต่อครูผิดพลาดไปหรือไม่เราก็ไม่รู้ ขณะนี้ทางโรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกันทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมปฏิเสธว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นโรงเรียนไม่ได้กดดันจนนำไปสู่การเสียชีวิตของเด็กแต่อย่างใด

และสำหรับทางด้านครอบครัวของเด็กหญิง วัย 14 ปี ผู้ตาย ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆทั้งสิ้น อ้างเพียงว่า ตอนนี้ทางครอบครัวเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากพอแล้ว อยากให้เรื่องราวทุกอย่างจบสิ้นเพียงเท่านี้.

อาถรรพ์โนราห์ สาวงามที่เข้าประกวดนางสาวพัทลุงเกิดอาการกรีดร้อง ชาวบ้านเชื่อร่างทรงโนราห์เข้าประทับทรง

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ วัดท่าควาย อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ภายในงานย้อนรอยประวัติศาสตร์ตำนานโนราห์ ที่มีการจำลองสถานที่ดังกล่าวให้เป็นเวียงกลางบางแก้ว เพื่อจัดพิธีทำบุญบ้าน ทำบุญเมือง เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อ และศรัทธา หรือสืบเชื้อสายมโนราห์ ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 8 พ.ค.65 กิจกรรมภายในงานมีการพิธีตามความเชื่อโบราณด้านมโนราห์ ช่วงค่ำจะมีการแสดงของเหล่าศิลปินชื่อดังของภาคใต้ และหนึ่งในนั้นก็มีการจัดกิจกรรมประกวดหนุ่ม นางสาวพัทลุงกันด้วยในคืนวันที่ 5 พ.ค.65 ที่ผ่านมา

ซึ่งเวทีนี้ถือเป็นการเฟ้นหาสาวสวย หนุ่มหล่อของจังหวัดพัทลุง โดยมีสาวสวย หนุ่มหล่อที่สนใจเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ ถึง 20 คน และระหว่างที่ผู้เข้าประกวดทั้งหมด มีการโชว์ตัวในรอบแรก อยู่ๆก็มีผู้เข้าประกวดสาวสวยรายหนึ่ง ทราบชื่อคือ นางสาววราภรณ์ สอนมา หรือน้องกล้วย ผู้เข้าประกวดนางสาวพัทลุงหมายเลข 8 มีอาการ กรีดร้องเหมือนคนคล้ายคนถูกผีเข้า ถามอะไรก็ไม่ตอบ นอกจากร้องไห้อย่างเดียว อยู่ในอาการตัวสั่น ชุดที่สวมใส่หลุดออกเกือบหมด ทางผู้จัดงานและพี่เลี้ยงของน้องเห็นอาการไม่ดีเลยประคองน้องกล้วยฯ ไปให้ราชครูโนราห์ประพรมน้ำมนต์ จนอาการเริ่มดีขึ้น ก่อนพาไปเข้าสู่พิธีบูชาแม่ทวด(แม่เจ้าอยู่หัว) ที่อยู่ภายในพิธีในงานดังกล่าว ทำพิธีขอขมา มีการครอบเทริด(เซิด) และครอบหัวพ่อแก่จนอาการดีขึ้น

ซึ่งชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างบอกว่า อาการดังกล่าวน่าจะเป็นการประทับทรงของครูหมอมโนราห์ เพื่อต้องการสื่อให้เห็นว่าว่าน้องกล้วย คือสายเลือดมโนราห์อย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้ก็เป็นความเชื่อ ความศรัทธาของกลุ่มบุคคลที่พบเห็นภายในงานเท่านั้น และหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางผู้จัดเวทีประกวดก็ยังให้น้องเข้าประกวดต่อ แต่ด้วยสภาพจิตใจน้องไม่ไหว ทางพี่เลี้ยงจึงขอถอนตัวจากการประกวด.

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เปิดตำนานโนราห์ ทำบุญบ้าน ทำบุญเมือง

วัดท่าควาย อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ได้เนรมิตสถานที่ดังกล่าวเป็นเมืองจำลอง เวียง กลาง บางแก้ว จัดงานย้อนรอยประวัติศาสตร์ มีพิธีทำบุญ ทำบุญเมือง ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก หม่อมราชวงศ์ จิราคม กิติยากร นายฉัตรชัย อุตสาหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง และนายสมบูรณ์ เต็มชื่น นายอำเภอเขาชัยสน ให้เกียรติมาร่วมบุญในครั้งนี้ด้วย

โดยในช่วงเช้ามีพิธีบวงสรวงเทพเทวา พิธีเจิมศิราวิหารเทริด(เซิด) พิธีเส้นสรวงบูชาโนราห์โรงครู และพิธีสำคัญอีกอย่างคือ พิธีขอขมาแก้บน แก้กรรมต่างๆ โดยพิธีนี้ ถือเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ที่บุคคลที่มีเชื้อสายมโนราห์ มีความเชื่อกันต่อๆกันมา และจะมีการมารำถวายแก้บนกันปีละครั้ง วันเวลาแล้วแต่ละพื้นที่ต้นสายของบรรพบุรุษ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนหก เดือนเก้า หรือตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ถึงเดือนสิงหาคมนั่นเอง

กิจกรรมย้อนรอยประวัติศาสตร์เปิดตำนานมโนราห์ ที่วัดท่าควายนี้ ถือเป็นการรวมพลังความเชื่อ ความศรัทธา ของลูกหลานมโนราห์ได้มาบรรจบพบกัน สร้างมหากุศลให้มงคลต่อยุค มีชาวบ้านในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมชมงานกันอย่างไม่ขาดสาย โดยงานเริ่มตั้งแต่ วันที่ 2-8 พ.ค.65 ช่วงเช้ามีการประกอบพิธีด้านความเชื่อเกี่ยวครูหมอโนราห์ ภาคค่ำก็มีการแสดงของเหล่าศิลปินชื่อดังของภาคใต้ทุกค่ำคืน.

คนพัทลุงชวนเที่ยวงานโนราโรงครู พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีการสืบทอดจากรุ่นปู่ย่า ตายาย

เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้ ที่บริเวณวัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง นายวิญญ์ สิทธิเชนทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เดินทางเป็นประธานงานแถลงข่าวงาน“โนราโรงครู” ร่วมกับนางศิริพร ทองทวี วัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง นายเสรี แก้วหนู นายกเทศมนตรีตำบลท่าแค และ นายเกรียงเดช ขำณรงค์ ตัวแทนศิลปินมโนราห์ การจัดงานแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สืบสานศิลป์ถิ่นโนราของจังหวัดพัทลุงให้คงอยู่คู่คนพัทลุงต่อไป ซึ่งกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 11- 14 พฤษภาคม 65 ที่จะถึงนี้ ภายในงานมีมโนราห์ชื่อดังหลายคณะของจังหวัดพัทลุงร่วมแสดงพิธีกรรมโนราโรงครู โดยที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

“โนราโรงครู” เป็นการแสดงโนราห์เพื่อประกอบพิธีกรรม ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการเคารพบูชา และแสดงความกตัญญูต่อวิญญาณบรรพบุรุษโนราห์ เพื่อแก้บนหรือ คนภาคใต้เรียกว่า การแก้เหมรย เริ่มจากการทำพิธีครอบครูโนราห์ และพิธีกรรมต่างๆของโนราห์โรงครูที่เชื่อว่าสามารถรักษาโรค หรืออาการบางอย่างได้ เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ความศรัทธาของผู้ที่มีเชื้อสายมโนราห์ ส่วนใหญ่จะเห็นการประกอบพิธีดังกล่าว ในพื้นที่ของ จ.นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง และ สงขลา และเป็นความเชื่อ ความศรัทธาที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

สำหรับโนราห์โรงครูที่วัดท่าแคแห่งนี้ ชาวบ้านมักรู้จักกันในนามของ “โรงครูพ่อขุนศรีศรัทธา”ถือเป็นโรงครูใหญ่ และเป็นสถานที่ ที่ขุนศรีศรัทธา เคยฝึกสอนการรำมโนราห์ให้แก่ศิษย์ไว้มากมาย และเป็นที่พำนักของครูหมอโนราห์ วัดท่าแค จึงนับได้ว่าที่นี่คือต้นกำเนิดของโนราห์โรงครู ของจังหวัดพัทลุง

การจัดงานในครั้งนี้ ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง สภาวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง สำนักงานเทศบาลตำบลท่าแค ผู้นำท้องถิ่น และ เครือข่ายวัฒนธรรมทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงศาสนา และวัฒนธรรม สืบสานศิลป์ถิ่นโนราห์ของจังหวัดพัทลุง ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก.

โนรากว่า 500ชีวิต รำโชว์นายกลงพื้นที่พัทลุง เปิดโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านฯ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันนี้เวลา 16.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจราชการพร้อมมอบนโยบายให้แก่หัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารท้องถิ่น พร้อมเปิดโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงมโนราห์ มรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา โดยมีมโนราห์ตัวน้อย และเหล่าศิลปินมโนราห์ร่วมรำโชว์กว่า 500ชีวิต ในท่ารำทั้ง 12ท่ารำ ซึ่งแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของพัทลุงได้เป็นอย่างดี

โดยมีนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง รอให้การต้อนรับ ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จากนั้นทางคณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า OTOP จังหวัดพัทลุง บริเวณหน้าศาลากลางหลังเก่า โดยมีชาวบ้านถือป้าย ชูให้กำลังใจนายก ก่อนเดินทางไปเป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงมโนราห์ “สืบสานแผ่นดินโนรา มรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12สิงหาคม 2565 ที่กำลังจะถึงนี้

เพื่อเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้ ให้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นการเฉลิมฉลองที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และ วัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO)ได้ประกาศรับรองขึ้นทะเบียน โนรา (NoraDance Drama in Southern Thailand) ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ลำดับที่สามของไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา

นับเป็นโอกาสที่ดีของคนพัทลุงที่จะได้บอกเล่าเรื่องราวมโนราห์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ให้สอดคล้องกับกรอบแนวคิดซอฟพาวเว่อร์( Soft Power) ของรัฐบาล ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมไทยสู่สากล

และที่ขาดไปไม่ได้ เวลานายกลงพื้นที่ ก็จะมีคอหวย ชาวบ้านต้องตามมาส่องเลขป้ายทะเบียนรถที่นายกนั่ง เพื่อเอาไปเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 2 พ.ค.65ที่กำลังจะถึงนี้ ทราบว่าล่าสุดหลังจากมีเลขป้ายรถที่นายกนั่ง คือ 1 ขณ_ 5696 กทม.และมีการแชร์ต่อๆกันไป ทำให้ตอนนี้เลขท้ายนี้ถูกกว้านซื้อตามแผงจนเกือบเกลี้ยงแล้ว

ตร.ปิดล้อมล่าผู้ต้องหาหนีหมายจับคดียาหนีรอดทิ้งเมียรับกรรม สุดซ้ำเมียก็มีหมายจับติดตัวอีกด้วย

ช่วงเย็นที่ผ่านมา ตำรวจชุด ชปส.พัทลุง ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบเบาะแส ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดียาเสพติด จำนวน 2 คดี หนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ บ้านปากหวะ ม.10 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง แต่ระหว่างที่ตำรวจเข้าปิดล้อมจับกุม ผู้ต้องหา ทราบชื่อคือ นายพรชัย ชัยทอง อายุ 36 ปี ไหวตัวทันหลบหนีลงทะเล

หลังจากนั้นตำรวจชุด ชปส.พัทลุง ได้ประสานขอกำลังสนับสนุนจากตำรวจชุด ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และคนร้ายสำคัญสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง และนักประดาน้ำของกู้ภัยพัทลุง เข้ามาช่วยค้นหา แต่ไม่พบตัวนายพรชัยฯ ผู้ต้องหา พบเพียงรองเท้าแตะ กับ กระเป๋าสะพายทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ตรวจสอบในกระเป๋าพบยาบ้า พร้อมอุปกรณ์การเสพอีกจำนวนหนึ่ง ตำรวจตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน น.ส.จรรยมณฑน์(จัน-ยะ-มน) ฯ ภรรยาของผู้ต้องหา จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับ คดียักยอกทรัพย์ด้วยเช่นกันก่อนคุมตัวไปตรวจค้นบ้านเช่าที่ทางนายพรชัยฯ ผู้ต้องหาแอบไปเช่าไว้ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม จึงคุมตัวไปสอบสวนเพิ่ม พร้อมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

วุ่นกลางดึก หลังชายวัย 26 ปี หายตัวไปหลังเลิกงาน เพื่อน ญาติช่วยกันตามหาจนเจอ เจ้าตัวอ้างมีวิญญาณสั่งให้รีบกลับบ้าน

เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 20 เม.ย.65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุง ได้เร่งออกตามหาชายวัย 26 ปี ที่หายตัวไปหลังเลิกงาน เหตุเกิดบริเวณที่พักสงฆ์เขาอ้น ม.1 บ้านดอนแบก ต.ปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง
นายสมปอง บุญเพชรแก้ว อายุ58 ปี คนดูแลที่พักสงฆ์ เล่าว่า ช่วงตอนเย็นเวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีชายวัยรุ่นรูปร่างผอม ขับรถบดอัดถนนมาจอดไว้ริมที่พักสงฆ์ดังกล่าว ก่อนเดินหายตัวไปไม่มีใครทราบว่าหายไปไหน จนกระทั่งมีญาติ และเพื่อนร่วมงานช่วยกันออกตามหา ต่อมาเวลา 21.30 น.มีคนแจ้งว่าพบตัวชายคนดังกล่าวแล้ว ทราบชื่อ คือ นายนันทวัฒน์ สุวรรณวงศ์ อายุ 26ปี เป็นลูกจ้างคนงานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่กำลังเข้ามาปรับปรุงถนนสายพญาขัน-เขาแดง อยู่ในสภาพตัวเปียกน้ำ พูดจาคล้ายคนเมา

จากการสอบถาม นายนันทวัฒน์ฯ เล่าว่า หลังเลิกงานตนนำรถบดอัดถนนมาจอดไว้ที่บริเวณที่พักสงฆ์ หลังจากจอดรถเสร็จรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงชายปริศนาสั่งให้รีบกลับบ้านในพื้นที่ ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ ห่างกับจุดที่เกิดเหตุประมาณ 30 เมตร ตนก็รีบเดินเท้ากลับบ้าน แต่ก็ไม่รู้เส้นทาง รู้แค่ว่าต้องรีบกลับบ้าน แต่เดินไปสักพักเริ่มมืดค่ำ บวกกับไม่รู้เส้นทาง จึงโทรหาญาติ หาเพื่อนร่วมงานให้มารับแต่ก็บอกพิกัดที่อยู่ไม่ได้ ซึ่งจุดดังกล่าวมีลักษณะเป็นหุบเขา ล้อมรอบด้วยทุ่งนา และสวนเกษตรของชาวบ้าน แต่ไม่ค่อยมีบ้านคนอาศัยอยู่มากนัก ภายในหุบเขามีลักษณะเป็นถ้ำชาวบ้านได้อัญเชิญพระพุทธรูปที่ชาวบ้านนับถือมาไว้มากมาย ทั้งพระอาจารย์ดิษฐ์ วัดปากสระ พระอาจารย์หมุน ยสโร อดีตพระเกจิชื่อดังของวัดเขาแดง และในช่วงเดือนเมษาของทุกปีชาวบ้านก็จะมาทำบุญ สรงน้ำพระกันเป็นประจำทุกปี

ทางด้านญาติ ของนายนันทวัฒน์ฯ เชื่อว่าบุคคลปริศนาที่สั่ง นายนันทวัฒน์ฯ ให้รีบกลับบ้าน อาจเป็นครูหมอโนราห์ที่บ้าน เนื่องจากมีความเชื่อเรื่องครูหมอโนราห์ ซึ่งก่อนหน้านี้พี่สาว และพ่อของนายนันทวัฒน์ฯ ก็เคยเจอกับเหตุการณ์แปลกๆเหล่านี้มาก่อน คล้ายกับการให้มารับช่วงต่ออะไรประมานนั้น

หลังจากนั้น นายสมปองฯ คนดูแลที่พักสงฆ์ได้นำตัว นายนันทวัฒน์ฯ ขึ้นไปรดน้ำมนต์ภายในถ้ำก่อนให้ญาติพาตัวกลับบ้านต่อไป.

ผู้ต้องหาคดียาเสพติดวิ่งหนีเข้าจอมปลวก ขณะตำรวจเข้าจับกุม

เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พัทลุง บุกจับนายประพันธ์ หรือมัน ด้วงช่วย อายุ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติด หลังหนีกบดานอยู่ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง

ขณะที่ตำรวจเข้าปิดล้อมจับกุม นายประพันธ์ฯ ผู้ต้องหาไหวตัวทันหนีเข้าไปอยู่ในจอมปลวกข้างบ้าน ตำรวจต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อมและนำตัวออกมาจากจอมปลวก


หลังจากนั้นจึงได้แสดงเอกสารตามหมายจับให้ผู้ต้องหารับทราบ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าบอนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ม.ทักษิณ พัฒนาพัทลุงโมเดล “กระจูดแก้จน”จากวัชพืชสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ กระจายโอกาสโอกาส สู่ระดับประเทศ

มหาวิทยาลัยทักษิณได้มีการปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่และการแก้ไขปัญหาความยากจนที่เหมาะสม ด้วยรูปแบบการพัฒนา “พัทลุงโมเดล” ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งการพัฒนาโมเดลดังกล่าวภายใต้ชื่อโครงการ “กระจูดแก้จน”เปิดโอกาสให้คนจนเข้าสู่กระบวนการของโครงการด้วยการสมัครใจเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาความรู้ คุณภาพชีวิต และสร้างรายได้เพิ่ม โดยมีศูนย์หัตถกรรมกระจูดวรรณีเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดพัทลุง

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการบริการวิชาการ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งได้นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แก้จน เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้แก่ชาวบ้านทะเลน้อย โดยการดึงวิสาหกิจชุมชนกระจูดวรรณี กลุ่มวิสาหกิจที่มีความเข้มแข็ง ผนวกกับองค์ความรู้ทางด้านศิลปกรรมการออกแบบของมหาวิทยาลัยทักษิณ โดยใช้วิธีการ Coaching เน้นการเพิ่มทุนมนุษย์จากกระจูด จัดทำเป็นหลักสูตรฝึกอบรมให้ความรู้เชิงทฤษฎีและลงมือปฏิบัติจริง ได้แก่ การพัฒนาและสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบเชิงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบยั่งยืน และการพัฒนาการตลาดในยุคดิจิทัล เพิ่มทุนสังคม ด้วยการส่งเสริมการรวมกลุ่มของคนจน เป็นวิสาหกิจชุมชนเลน้อยคราฟ (Lenoi Craft Community Enterprise) เพิ่มทุนเศรษฐกิจ


ส่งผลให้สมาชิกของวิสาหกิจชุมชนเลน้อยคราฟ มีช่องทางการหารายได้ระหว่างทาง คือ สามารถนำกระเป๋ากระจูดที่สานที่บ้านมาฝึกทดลองขายผ่านออนไลน์หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรมปัจจุบันโครงการได้ขยับมาถึงช่วงของการนำความรู้ที่ผ่านการอบรมมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นและสวยงาม ทั้งการใช้สีธรรมชาติสำหรับกระบวนการย้อม การคิดค้นลวดลายใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เช่น ลายเกลียวคลื่น ลายดอกบัว ลายตัวขอพระราชทาน เป็นต้น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็เป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาโมเดล สร้างรายได้ และขยายโอกาสให้แก่ครัวเรือนคนจนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

นายมนัทพงค์ เซ่งฮวด กลุ่มวิสาหกิจกระจูดวรรณี เปิดเผยว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยการสานกระจูดสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนชาวทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง โชคดีชาวบ้านกลุ่มเปราะบางได้รับความรู้จากอาจารย์พลัฏฐ์ ยิ้มประเสริฐ สังกัดสาขาศิลปะการออกแบบ ม.ทักษิณ และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่ได้เข้ามาร่วมกันคิดออกแบบ และพัฒนาส่งเสริมการผลิตกระจูดสร้างรายได้ให้แก่คนจนทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ภายใต้โครงการการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดพัทลุง โดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) สนับสนุนทุนวิจัย ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยทักษิณ


และในวันนี้ วันที่ 12 เมษายน 2565 มหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานจากเลน้อยคราฟพัทลุง(Lenoi Craft Phattalung)สู่การสร้างพลัง สร้างรายได้ กระจายโอกาส ณ ลานจัดแสดง Quartier Gallery ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งมีภาคีเครือข่ายความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยทักษิณ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณีพัทลุง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานจังหวัดพัทลุง และศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) สุขุมวิท กรุงเทพฯ ร่วมจัดงานในครั้งนี้เพื่อนำเสนอและเผยแพร่พัทลุงโมเดล ผ่านการจัดแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์เลน้อยคราฟที่มาจากครัวเรือนคนจนทะเลน้อย และเป็นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อเพิ่มรายได้และเปิดมุมมองใหม่เป็นที่รู้จักในสังคมวงกว้างมากขึ้น

นับว่าเป็นความโชคดีสำหรับชาวบ้านที่ประกอบอาชีพสานเสื่อกระจูด กระจูดเดิมแล้วเป็นแค่วัชพืชที่พบได้ตามป่าพรุ ต่อมามีชาวบ้านนำมาสานเป็นเสื่อ เป็นภาชนะไว้สำหรับใช้ภายในครัวเรือน จนมีการพัฒนาการสานให้มีลวดลาย บ้างก็นำกระจูดไปย้อมสีสันต่างๆเพื่อให้ลวดลายของเสื่อดูดี มีเอกลักษณ์ขึ้น เป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างลงตัว และถือเป็นวิถีชีวิตที่ควรค่าแก่รักษาให้คงอยู่คู่กับชุมชนต่อไป.