บรรยากาศจับจ่ายก่อนวันสารทคึกคัก ชาวพัทลุงออกมาจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบเพื่อทำบุญวันสารทเดือนสิบตามประเพณีชาวใต้ในวันพรุ่งนี้


ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุง ประชาชน ทยอยเดินทางออกมาเลือกซื้อขนมเดือนสิบ กันอย่างเนืองแน่น เพื่อเตรียมไว้สำหรับนำไปทำบุญที่วัดในวันพรุ่งนี้ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองกับครอบครัวในช่วงประเพณีวันสารทเดือนสิบ หรือเรียกว่าการทำบุญวันส่งตายาย หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า การทำบุญหลังส่งตายาย


สำหรับราคาขนม ไม่ว่าจะเป็นขนมเทียน ขนมลา ขนมพอง ขนมเบซัม ขนมบ้า ราคายังคงเดิมเหมือนปีที่ผ่านมา แม้ว่าวัตถุดิบที่นำมาทำขนมจะปรับราคาสูงขึ้นก็ตาม โดยขนมลาแผ่น กิโลกรัมละ 220 บาท แบ่งขายเป็นพับๆ ละ 50 บาท ขนมเบซัม ขนมบ้า ขนมเทียน ชิ้นละ 2 บาท และขนมลายอดราคาชิ้นละ 10 บาท


นางนันทา นินสุวรรณ อายุ 70 ปี แม่ค้าขายขนมเดือนสิบที่ตลาดสดเทศบาล กล่าวว่า ปีนี้มีประชาชนชาวจังหวัดพัทลุงออกมาซื้อขนมเดือนสิบเป็นจำนวนมาก และราคาของขนมเดือนสิบปีนี้ยังไม่ปรับราคายังขายในราคาเดิมของปีที่แล้ว แม้ปีนี้ราคาข้าวเหนียวขยับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขนมเดือนสิบส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวและวัตถุดิบอื่นก็ปรับราคาเช่นกัน ขนมที่จะต้องใช้ในเดือนสิบ แม่ค้าก็จะจัดแบ่งขายเป็นถุงๆ ไว้ด้วย รวมทั้งขนมพอง ขนมลา ซึ่งจะขายถุงละ 30 – 35 บาท เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้อตามความต้องการ


ในขณะที่ความหมายของขนมเดือนสิบ ไม่ว่าจะเป็น “ขนมลา” ซึ่งมีความหมายใช้แทนเสื้อผ้าที่อุทิศให้เปรตชน หรือบางท่านเชื่อว่าเส้นของลาเล็ก ๆ ทำเปรตกินได้ เพราะเชื่อว่าเปรตมีปากเล็กเท่ารูเข็ม “ขนมพอง” มีความหมายใช้แทนเป็นเครื่องประดับมีสีสันสวยงาม “ขนมเบซัม หรือขนมเจาะหู “มีความหมายใช้แทนเงินทอง เพราะมีลักษณะกลมเจาะรูตรงลางคล้ายกับเงินสตางค์ที่มีรูตรงกลาง ซึ่งใช้กันในสมัยก่อน “ขนมบ้า” มีความหมายใช้แทนเงินเหรียญเพราะมีลักษณะเป็นแผ่นกลมคล้ายเหรียญ และ “ขนมเทียน” มีความหมายใช้แทนหมอน


สำหรับประเพณีวันสารทไทย หรือวันสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งการทำบุญในเดือนสิบ ก็จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันบุญแรก หรือวันรับตายาย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 3 กันยายน 2563ที่ผ่านมา และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นบุญหลัง หรือวันส่งตายาย ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กันยายน 2563 ตามความเชื่อทางพุทธศาสนาถือว่าพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องตกนรก หรือเรียกว่าเปรตนั้น จะได้รับอนุญาตให้มาพบกับญาติของตนในเมืองมนุษย์ได้ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และกลับไปสู่นรกดังเดิม ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ดังนั้น จึงมีการทำบุญใน 2 ช่วง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะนิยมทำบุญกันในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 หรือวันส่งตายาย เพราะมีความสำคัญมากกว่า แต่ก็จะมีบางครอบครัวจะทำบุญทั้งวันบุญแรกและวันบุญหลัง.

ภาพข่าว #ที่นี่พัทลุง