สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

ถนนที่ถูกขนาบข้างไปด้วยทะเลหลวงและทะเลน้อยเชื่อมต่อระหว่าง ๒ จังหวัดคือสงขลากับพัทลุง และเป็นถนนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสุข ด้วยวิถีธรรมชาติและวิวสวย ๆ ของทะเลสุดลูกหูลูกตา วิถีชีวิตควายน้ำ และนกนานาพันธุ์ ถนนที่ว่านี้คือ “ถนนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐” อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงถนนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐

เป็นเส้นทางในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท โดยใช้ชื่อรหัสสายทาง พท. ๓๐๓๗ เปิดใช้งานเมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นสายทางที่สร้างตามแนวระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวงของทะเลสาบสงขลา ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างถนนลูกรังกันมาก่อนแต่มีปัญหาถนนพังชำรุดง่ายและเมื่อถึงฤดูน้ำหลากก็ยังเป็นแนวขวางทางระบายน้ำระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวง ถนนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เป็นถนน (สะพาน) ที่ข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านบ้านไสกลิ้งกับบ้านหัวป่า ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ แล้วเสร็จและเปิดใช้งานเมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ในการก่อสร้างนั้นได้สร้างตามแนวถนนเดิมซึ่งอยู่ระหว่างทะเลหลวงกับทะเลน้อย เริ่มต้นจากมีการสร้างเป็นถนนดินลูกรัง ถมลงไปในเขตทะเลในช่วงที่ตื้น ๆ เพื่อเชื่อมให้เป็นพื้นดินต่อกัน โดยการริเริ่มของท่านพระครูกิตติวราภรณ์ เจ้าอาวาสที่วัดป่าลิไลย์ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ใช้เงินจากการทอดผ้าป่าบ้าง ทอดกฐินบ้าง ผู้ใจบุญบริจาคให้บ้าง แต่ก็ทำได้แค่ถนนลูกรังกับสะพานไม้เท่านั้น ต่อมาเมื่อนายสุรใจ ศิรินุพงศ์ ส.ส. สงขลา (ประมาณปี ๒๕๓๑) เลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ใหญ่บ้านจวน ศิรินุพงศ์ คนทุ่งตะเครียะโดยกำเนิด ร่วมกับ ส.ส. พัทลุงอีก ๓ คน คือนายวีระ มุสิกพงศ์ (นายวีระกานท์) นายโอภาส รองเงิน และนายพร้อม บุญฤทธิ์ ลงนามในหนังสือเสนอรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายข่ายประจำปี ๒๕๓๑ ของบประมาณก่อสร้างถนนเชื่อม จังหวัดพัทลุงกับจังหวัดสงขลาด้วยเหตุผลที่ว่า

๑) เป็นการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว
๒) เป็นการพัฒนาอาชีพการประมงน้ำจืด
๓) เป็นเส้นทางลำเลียงวัสดุก่อสร้างที่จำเป็น
๔) เป็นเส้นทางที่ประชาชน ในจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช สตูล มีโอกาสนำผลผลิตทางการเกษตรไปจำหน่ายได้สะดวก
๕) เป็นเส้นทางที่จะอำนวยความสะดวกในการพัฒนาทะเลสาบสงขลาให้บรรลุเป้าหมาย

ในที่สุดก็ได้รับงบประมาณ ๑๓๕ ล้านบาท ในการก่อสร้างถนนดังกล่าวเชื่อมระหว่างบ้านหัวป่า  ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา กับบ้านปากประเหนือ  ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ชาวบ้านพากันดีใจว่าจะมีถนนใช้ไม่เกินปี ๒๕๓๒ แต่ปรากฏว่าลงมือสร้างจากบ้านปากประเหนือมาได้ประมาณ ๖ กิโลเมตร ก็มีการคัดค้าน

ทำให้การดำเนินการจึงหยุดชะงักลงประมาณ ๒-๓ ปี งบประมาณดังกล่าวถูกคืนคลังไปในที่สุด

ในของการก่อสร้างถนนนั้นพระครูศาสนการโกวิท (พ่อท่านเล็ก) ชาวบ้านขาวเจ้าอาวาสวัดจาก เจ้าคณะอำเภอระโนด มาเป็นผู้นำในการดำเนินการก่อสร้าง เพราะท่านเป็นผู้มีลูกศิษย์มากมายและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านทั้ง ๒ อำเภอ คือระโนด และควนขนุน ท่านได้ประสานงานให้ประชาชนนำเครื่องจักรกล  วัสดุอุปกรณ์  เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ มาพัฒนาถนนสายนี้ต่อไป ในชั้นต้นได้รับการสนับสนุนจากคนที่มีรถขุด จำนวน ๓  คน ๓ คัน เริ่มงานในปี  ๒๕๓๘-๒๕๓๙  คือนายชาติชาย (แสน)  จิระโร นายสำราญ ปล้องฉิม (ร้านอาหารปลาพูดได้บ้านใหม่) และนายชม (ไม่ทราบนามสกุล)  ชาวบ้านท่าบอน

ขุดถนนจากสี่แยกบ้านหัวป่าไปจนถึงคลองกก ต่อมาเรื่องการสร้างถนนทราบถึงพระครูกิตติวราภรณ์ (ทวี กิตฺติญาโณ) เจ้าอาวาสวัดป่าลิไลย์ท่านได้ร่วมเป็นพลังโดยประสานงาน นายคณนาถ หมื่นหนู นำรถขุด ๑ คันมาเริ่มขุดทางฝั่งคลองนางเรียมทางทิศใต้ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะสภาพเป็นโคลนตม พระครูศาสนการโกวิท (พ่อท่านเล็ก) 

จึงขอรับการสนับสนุนเครื่องมือจาหน่วยทหาร ช. พัน ๔๙๒  จังหวัดพัทลุง นำรถขุดมาดำเนินการจนถึงบ้านทะเลน้อย โดยท่านพระครูทั้ง ๒ รูปเป็นผู้นำในการก่อสร้าง มีประชาชนในพื้นที่สนับสนุนค่าน้ำมันค่าเบี้ยเลี้ยงพลขับและอื่น ๆ รวมทั้งนักการเมืองทั้ง ๔ ท่าน ก็ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด  ต่อมานักร้องดังภาคใต้เอกชัย ศรีวิชัย รับแสดงดนตรี ๓ จุด คืออำเภอระโนด อำเภอหัวไทร อำเภอควนขนุน เพื่อหาทุนสมทบสร้างถนน เสร็จสิ้นได้เงินประมาณ  ๑,๒๐๐,๐๐๐  บาท  สามารถสร้างถนนดินลูกรังสำเร็จ ทำให้รถยนต์สามารถใช้สัญจรไปมาได้ และในวันที่ ๓  มิถุนายน ๒๕๔๔  พระครูทั้ง ๒ ท่าน

และชาวบ้านร่วมกันจัดงานพิธีเปิดใช้ถนนสายนี้ พร้อมกับการทอดผ้าป่าสามัคคี และตั้งชื่อถนนสายนี้ว่า “ถนนพระ-ประชาทำ” โดยมีพระเป็นประธานในพิธีเปิดทั้ง ๒ ฝั่งจังหวัด คือฝั่งจังหวัดพัทลุง มีพระธรรมรัตนาการ  เจ้าคณะภาค ๑๘ จังหวัดตรัง เป็นผู้ตัดริบบิ้น ส่วนฝั่งจังหวัดสงขลา มีพระราชศีลสังวร เจ้าคณะจังหวัดสงขลา เป็นประธานร่วมพิธี โดยมีพระสงฆ์ในภาคใต้จากทุกจังหวัดและจากกรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า ๑,๐๐๐ รูป มาร่วมในพิธี  ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ สมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ ให้ดำเนินการก่อสร้างถนนสายนี้ต่อ ตามโครงการภายใต้แผนบูรณาการงบประมาณพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ก็ได้มีการสร้างเพิ่มเติมเป็นถนนลาดยางยกระดับสูงจากระดับน้ำ ๓ เมตร ถึง ๕ เมตร  ผิวจราจรกว้าง ๑๔ เมตร ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร 

โดยให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการก่อสร้างถนนดังกล่าวเฉพาะส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๖ จำนวน ๕๐ ล้านบาท และใช้งบประมาณจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗-พ.ศ. ๒๕๔๙ ในการดำเนินก่อสร้างต่อไปอีก ๕๔๙ ล้านบาทโดยเส้นทางในช่วงที่ ๒ เป็นทางยกระดับระยะทาง ๕.๔๕๐ กิโลเมตร ถนนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เดิมชื่อ “ถนนสายบ้านไสกลิ้ง–บ้านหัวป่า ภายหลังเปิดการใช้งานสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดพัทลุง ได้ขอความเห็นจากทุกภาคส่วนให้ร่วมเสนอชื่อถนนสายดังกล่าว เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและเป็นชื่อที่ไดรับการยอมรับในการเรียกใช้ ซึ่งผลการรับฟังเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นร่วมกันให้ตั้งชื่อถนนใหม่เป็น “ถนนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐” เพื่อให้เหมาะสมกับปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙)

บนสะพานนักท่องเที่ยวสามารถแวะจอดรถ ชมวิว ถ่ายรูปสะพาน นกน้ำ ชาวบ้านที่ออกเรือหาปลา โดยเฉพาะฝูงควายน้ำที่กำลังกินหญ้าทั้งในน้ำและทุ่งหญ้าบริเวณรอบทะเลสาบและทะเลน้อย โดยมีคลองเชื่อมต่อจากทะเลสาบกับทะเลน้อยอีกที บริเวนฝั่งทะเลสาบจะมีเนินดินเรียกว่า ทุ่งแหลมดิน เป็นพื้นที่บริเวณกว้างฝั่งทะเลสาบ ปกคลุมด้วยหญ้าเขียว เหมาะสำหรับนกชนิดต่างๆมาทำรังออกไข่ หาอาหารกินตามทุ่งหญ้า

สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี วิวที่สวยงามโดยเฉพาะช่วงดวงอาทิตย์ตกจากบนสะพาน เป็นที่โปรดปรานของใครต่อใครยิ่งนัก นอกจากนี้ ฝั่งหัวสะพานด้านทะเลน้อยยังมีการสร้างป้ายและปฏิมากรรมรูปนกให้ได้ถ่ายรูปเช็คอินกันอีกด้วย

ที่นี่พัทลุง : บอกข่าว เล่าเรื่อง คนเมืองลุง

บรรณานุกรม

….ทะเลน้อย[email protected]มีสะพานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย…. (2557). สืบค้นวันที่ 11 ก.พ. 62, จาก oknation.nationtv.tv/blog/panakom/2014/05/03/entry-1
สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550. (2560). สืบค้นวันที่ 11 ก.พ. 62, จาก  review.tourismthailand.org/ phatthalung-talaynoi3/
สะพานที่ยาวและสวยที่สุดในประเทศไทย. สืบค้นวันที่ 11 ก.พ. 62, จาก youtube.com/watch?v=o0i6OsPDk5Y