พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ และพลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่การสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว ในพื้นที่ ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง


โดยช่วงเช้า เดินทางไปยังวัดหลักสิบ ต.หนองธง อ.ป่าบอน เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อนเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้องคมนตรีและคณะได้ร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โอกาสนี้ได้พบปะเยี่ยมราษฎร จากนั้นเดินทางตรวจดูสภาพพื้นที่
โดยโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อนเหมืองตะกั่วฯ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2548 ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ต.หนองธง จำนวน 9 หมู่บ้าน ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ

สำหรับทำการเกษตร ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วฯ ขนาดความจุที่ระดับเก็บกัก 10,140,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะสร้างประโยชน์แก่ราษฎรทั้ง 9 หมู่บ้าน ในเขต ต.หนองธง และตำบลใกล้เคียง ประมาณ 1,600 ครัวเรือน 7,700 คน มีน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการเพาะปลูกเสริมในช่วงฝนทิ้งช่วงให้กับพื้นที่ชลประทานของระบบส่งน้ำของโครงการฝายคลองท่ายูง ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน และโครงการฝายบ้านใหม่ ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด ซึ่งมีพื้นที่ชลประทานรวม 7,500 ไร่ นอกจากนี้ยังช่วยผันน้ำเติมให้กับแหล่งเก็บน้ำคลองตออีกด้วย


จากนั้นในช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะได้เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำป่าบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของราษฎร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2520 โดยเครื่องบินและทอดพระเนตรสภาพพื้นที่ จึงให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการอ่างเก็บน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อสร้างประโยชน์ในการส่งน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกบริเวณเทือกเขาบรรทัดและเก็บกักน้ำไว้ช่วยเหลือการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งการทำนาครั้งที่ 2 ในเขตโครงการชลประทานชายทะเลสาบสงขลา นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอุทกภัยให้กับพื้นที่บริเวณดังกล่าวด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำป่าบอนฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2543 มีขนาดความจุที่ระดับกักเก็บน้ำ 20.00 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำเติมเข้าระบบโครงการฝายป่าบอน ให้กับพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 6,799 ไร่ ส่งน้ำเข้าระบบประตูระบายน้ำคลองป่าบอน ให้กับพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 12,350 ไร่ และในเขตอำเภอป่าบอน อำเภอปากพะยูน รวม 2 อำเภอ 12 ตำบล

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้งกลุ่มบริหารการใช้น้ำ จำนวน 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มบริหารการใช้น้ำประตูระบายน้ำป่าบอน มีสมาชิก จำนวน 313 ราย กลุ่มบริหารการใช้น้ำประตูระบายน้ำหารอ่างทอง มีสมาชิก จำนวน 115 ราย กลุ่มบริหารการใช้น้ำบ้านทุ่งนารี มีสมาชิก จำนวน 341 ราย และกลุ่มบริหารการใช้น้ำบ้านพรุโอน มีสมาชิก จำนวน 84 ราย โดยในปี 2563 มีแผนการปรับปรุงอาคารบังคับน้ำและอาคารประกอบของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินงาน อีกทั้งยังมีการดำเนินงานซ่อมแซมการกัดเซาะคันคลองระบายน้ำ ฝายป่าบอน หินก่อ ดำเนินการปรับปรุงเกียรติมอเตอร์เครื่องกว้านบานระบายประตูระบายน้ำคลองป่าบอน จำนวน 2 ช่อง พร้อมอาคารประกอบ ดำเนินการป้องกันการกัดเซาะคลองระบายน้ำ ร.1 หินก่อ และด้านท้ายฝายป่าบอนหินก่อ รวมถึงการปรับปรุงโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านสายกลางพร้อมระบบท่อส่งน้ำ เพื่อให้ราษฎรมีน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น จำนวน 650 ไร่ มีปริมาณน้ำเพื่อใช้บริโภค 50,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน โอกาสนี้องคมนตรี และคณะฯ ได้ปลูกต้นไม้ และพบปะเยี่ยมราษฎร ซึ่งต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับครั้งนี้ที่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงยั่งยืนตลอดมา.