คุณแม่ของหนูน้อยวัย 3 ขวบ ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายโมงของวันที่ 17 ก.พ.64 ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ว่า ลูกชายของตนไปเรียนตามปกติ ช่วงเย็นตนก็ไปรับลูกเวลาประมาณ 16.00 น. ขณะที่รับลูกกลับบ้านก็สังเกตุเห็นหน้าผากของลูกบวมปูด ก็ถามลูกว่าหน้าผากไปโดนอะไรมา ทางคุณครูก็บอกแม่ว่า ลูกหกล้มหัวฟาดพื้น แต่ครูใส่ยาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แล้วนะ ตนก็รู้สึกตกใจ เพราะลูกเริ่มมีอาการซึม ไม่ร่าเริงเหมือนในทุกวัน จึ

งรีบพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชน ก่อนมีการส่งตัวหนูน้อยวัย3ขวบไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลพัทลุง และระหว่างนั้นเด็กมีอาการเกร็ง มีไข้สูง ช๊อคหมดสติ จนแพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จนกระทั่งอาการเริ่มดีขึ้น หนูน้อยต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพัทลุง นานเป็นเวลา 3วัน ล่าสุดกลับบ้านได้แล้ว

หลังจากนั้นทางผู้ปกครองของหนูน้อยวัย 3 ขวบ ได้เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกับทางโรงเรียนที่ปล่อยปละละเลยเด็ก และเพื่อทวงถามความเป็นธรรมให้กับลูก ซึ่งแม่เด็กเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า หัวอกคนเป็นแม่ ก็ตกใจที่เห็นสภาพลูกในครั้งแรก และไม่เข้าใจว่าทำไมทางโรงเรียนถึงไม่แจ้งผู้ปกครองตั้งแต่ตอนแรกที่ลูกหกล้มจนหน้าผากบวมโน ไม่อย่างนั้นลูกชายตนคงไม่ต้องช๊อคจนหมดสติไป นาทีนั้นหัวอกคนเป็นพ่อ แม่ ทำอะไรไม่ถูกเลย อีกอย่างครูประจำชั้นปล่อยเวลาเนิ่นนานถึงเกือบ4ชั่วโมง จนกระทั่งผู้ปกครองเด็กมารับถึงทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งทางครูประจำชั้นอ้างว่าเกรงใจผู้ปกครองเลยไม่แจ้งให้ทราบตั้งแต่ต้นและล่าสุดยังมีผู้ปกครองของเด็กอีกราย ออกมาแฉพฤติกรรม ของครูและโรงเรียนดังกล่าว ว่า ทางโรงเรียนมีข้อบกพร่องหลายอย่างในการดูแลเด็กอนุบาล

ซึ่งดูแล้วไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่เคยประชาสัมพันธ์ไว้ให้ผู้ปกครองทราบตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการเรียนในห้องแอร์ การที่ปล่อยให้เด็กอนุบาลทั้งชายหญิงเดิน แก้ผ้าล่อนจ้อนอยู่ภายในห้องเรียนบ้าง ซึ่งเป็นภาพที่เห็นแล้วดูไม่เหมาะสมแม้จะเป็นเด็กก็ตาม พอตนเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหาร แต่กลับถูกปฏิเสธและถูกกดดันไล่หลานออกจากโรงเรียน ทั้งที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ให้ลูก หลานมาเรียนที่นี่ ต้องยอมจ่ายค่าเทอมในราคาที่สูงกว่าโรงเรียนอื่น

ทางด้าน นางอุบล สงเนียม ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านเด็ก ก็ออกมายอมรับผิด และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด พร้อมขอโทษผู้ปกครอง และยืนยันจะรับผิดชอบทุกกรณี หลังจากเกิดเหตุการณ์ก็ได้เรียกครูทั้งหมด รวมไปถึงครูประจำชั้นของหนูน้อยวัย 3 ขวบ ซึ่งครูคนดังกล่าวก็ยอมรับผิดที่ไม่ยอมโทรแจ้งผู้ปกครองเด็กให้ทราบตั้งแต่ต้น เพราะคิดว่าเด็กไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกอย่างหลังเกิดเหตุก็หายาทาและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เด็กแล้วด้วย และล่าสุดทราบว่า ครูประจำชั้นได้ยื่นหนังสือลาออกจากโรงเรียนแล้วเรียบร้อย
ส่วนประเด็นที่ว่า

ทางโรงเรียนไล่เด็กออก ทางด้าน นางอุบล ฯ กล่าวว่า คงจะเป็นการสื่อความหมายไม่ตรงกัน และเกิดการเข้าใจผิดพลาด แต่ยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับทางผู้ปกครองจริงว่า หากทางโรงเรียนบกพร่องในการดูแลเด็ก ทางผู้ปกครองก็สามารถพาเด็กไปเรียนที่อื่นได้ แต่ยืนยันไม่มีเจตนาไล่เด็กออกอย่างแน่นอน.