ช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ทางกลุ่ม NGO ล้อมวงร่วมเสวนากัญชาทางการแพทย์ เขียนอนาคตกัญชาไทยเพื่อชาวบ้านและผู้ป่วย เพื่อผลักดันให้มีการปลดล็อกกัญชา กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่บ้านนักเขียนกวี สงสมพันธุ์ หรือบ้านใต้โหนด พื้นที่ ม.4 ต.ดอนทราย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กิจกรรมเขียนอนาคตกัญชาไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2564 แต่ละวันจะมีกิจกรรมผลัดเปลี่ยน และมีนักร้อง ศิลปินสายเขียวมาร่วมสร้างความบันเทิงในทุกค่ำคืนอีกด้วย

กิจกรรมหลักในวันนี้ คือการ ล้อมวง แลกเปลี่ยนทัศนคติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนผลักดันให้กัญชาไทยได้มีการปลูก และขายได้อย่างเสรีเหมือนกับพืชกระท่อมที่มีการปลดล็อกไปก่อนหน้านี้ เริ่มจาก นายนิยุติ สงสมพันธุ์ ผู้จัดการและเจ้าของบ้านใต้โหนด ได้กล่าวต้อนรับผู้ร่วมบรรยาย และเริ่มเปิดประเด็นเป้าหมายเรื่องกัญชา โดยมี นายประสิทธิชัย หนูนวล ประธานเขียนอนาคตประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินรายการ หลังจากนั้น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ แพทย์ชนบท ผอ.โรงพยาบาลจะนะ เปิดประเด็นกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่เรียกว่า เอ็นโดรคาลาปินอยด์ ในอดีตกัญชาอาจจะเป็นสารเสพติด แต่จริงแล้กัญชาเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่หมอชาวบ้านหรือหมอตำแยนำมาใช้เป็นยารักษาโรค แต่ปัจจุบันกัญชาถูกนำมาใช้เพื่อทางการแพทย์ ซึ่งถูกนำไปสกัด ทำให้ลดคุณประโยชน์ของกัญชาจากเดิมไปมาก ซึ่งมันไม่ใช่มิติเดิมในการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค และกัญชาเพื่อสันทนาการ และตนมองว่าระเบียบต่างๆยังถูกปิดกั้นจากทางภาครัฐอีกมาก ซึ่งสะท้อนอำนาจรัฐทางด้านความคิด


โกดำ นาย อร่าม ลิ้มสกุล ปราชญ์ด้านกัญชาไทย กล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนดีใจที่มีคนเข้าใจว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด เหมือนกับที่พยายามต่อสู้มากว่า 30ปี กัญชาไม่ได้มีอันตรายถ้าเราใช้ให้ถูกกับชีวิต คนที่สูบกัญชาทำให้มีสติ และเป็นวิถีดั้งเดิมมาจากรุ่นสู่รุ่น เลยอยากผลักดันให้มีการปลดล็อคกัญชาเสียที
นอกจากนี้ ก็ยังมีหมอคิง นายศุภวุฒิ ตัญบุญยกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวท ที่บอกว่า กัญชาสายพันธุ์ไทย ถือเป็นยาอายุวัฒนะ มีประโยชน์ตั้งแต่ยอดยันราก จึงจำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้ และมีผู้เข้าร่วมอีกหลายคน คือ นายสนธยา แซ่โย้ ผู้ประสานงานกองทุนรักษาผู้ป่วยฟรี พูดถึงประเด็นการขออนุญาตในการปลูกกัญชา ทำไมไม่เปิดให้ขอได้ในระดับชุมชน เหมือนเป็นการถูกจำกัดพื้นที่ หมายถึงส่งผลให้ชาวบ้านถูกจำกัดสิทธิ์ในเรื่องการรักษาอย่างเท่าเทียม


เจ้าขวัญคิตตี้ ช่อผกา พูดคุยถึงประเด็นกฎหมาย และสิทธิ์ในการปลดล็อก และการปลูกกัญชา ซึ่งอยากให้สหายสายเขียวทั้งหลายได้ทำความเข้าใจให้ดีไม่นั้นจะกลายเป็นการถูกแกง และเป็นความเข้าใจผิดๆส่งต่อความเข้าใจผิดๆต่อไป สำหรับโลกของกัญชาในปัจจุบันไปไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้กัญชาถูกกฎหมาย หรือเป็นการเปิดเสรีให้มีการปลูก และมีการซื้อขายกันได้อย่างถูกกฎหมาย
และตัวแทนภาคระชาชน อย่างนายไรวิน เดชะ คนในพื้นที่ จ.นราธิวาส เคยเป็น1 ในตัวแทนผลักดันการปลูกกัญชา6 ต้น เล่าว่าที่ผ่านมา ตนชอบแจกกัญชาให้ชาวบ้านเพื่อนำไปใช้เป็นยารักษาโรค เป็นตัวแทนภาคประชาชนที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าที่จะต่อสู้กับความถูกต้องเพื่อเป็นตัวแทนชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันกัญชาที่จะนำมาใช้เป็นยารักษาโรคในผู้ป่วย ที่มีความจำเป็นต้องใช้ ตนต่อสู้เรื่องกัญชามา10ปี ถูกจับดำเนินคดีไป 22 ครั้ง แต่ยังยืนยันในความตั้งใจเหมือนเดิม

นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีการออกร้านขายของ ของเหล่าบรรดาสายเขียว มีการจัดวางจำหน่ายสินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชาอีกมากมาย.