ช่วงบ่ายของวันที่ 28 ธ.ค.64 ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง คุมตัวสาวทอมวัย 27ปี ทราบชื่อ คือ นางสาวอัชราภรณ์ แก้วประดิษฐ์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุใช้ปืนปลอม จี้ชิงสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท เหตุเกิดบริเวณซุ้มร้านน้ำชา ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่ ม.9 ต.ท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง

แต่ก่อเหตุไม่สำเร็จเนื่องจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันจับตัวไว้ได้ ก่อนแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

สาวทอมวัย 27ปี ผู้ต้องหารับสารภาพพร้อมจำนนด้วยหลักฐาน ทางตำรวจจึงควบคุมตัวไปทำแผนเริ่มจากจุดแรก ที่ผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อปืนพลาสติกที่ร้านทุกอย่าง 20 บาท บริเวณตลาดเจ๊เหี้ยง ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ก่อนนำไปก่อเหตุจี้ชิงทอง

นางสาวสุภาวดี เจ้าของร้านที่เกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนชงกาแฟอยู่ในร้าน มีลูกน้องและญาติอีก 3 คนนั่งอยู่นอกร้าน ขณะนั้นสาวทอมได้ขับรถจักรยานยนต์ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน สวมใส่หมวกกันน๊อคแบบเต็มใบสีดำ มาจอดหน้าร้าน ทำทีเดินเข้ามาสั่งชาเย็น ในขณะที่ตนกำลังชงชาเย็นให้สาวทอม จู่ๆสาวทอมก็เดินเข้ามาในร้านพร้อมใช้อาวุธปืนปลอมจี้บังคับ

และดึงสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 2 บาท จากข้อมือไป ในช่วงนั้นตนพยายามแย่งปืน จนทราบว่าปืนนั้นเป็นปืนปลอม ตนจึงตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือจากลูกน้อง สาวทอมจึงตัดสินใจปล่อยปืนแล้ววิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ ตนก้วิ่งตามไปถีบจนรถของสาวทอมล้มลง เป็นช่วงจังหวะที่ลูกน้องวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงกัน จนสามารถช่วยกันจับตัวสาวทอมไว้ได้ พร้อมสร้อยข้อมือทองคำที่จี้มาด้วย

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่า สาวทอมผู้ก่อเหตุคงมาดูลาดเลาไว้ก่อนแล้ว เพราะจำได้ว่าเคยมาซื้อน้ำที่ร้านแล้ว 2 ถึง 3 ครั้ง อีกทั้งก่อนเกิดเหตุเพียงแค่วันเดียว มีหญิงแปลกหน้าเข้าทำทีมาถามว่าร้านเปิด ปิด เวลาเท่าไหร่ จนมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

สำหรับสาวทอม ที่ก่อเหตุจากการตรวจสอบประวัติ พบเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว ซึ่งแรงจูงใจในการก่อเหตุในครั้งนี้ ทางสาวทอม อ้างเพียงสั้นๆว่า ต้องการนำเงินไปใช้จ่าย ตำรวจจึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และใช้อาวุธปืนปลอมในการก่อเหตุ.